บทว่า ปกิเรติ ความว่า เรี่ยราด คือกระจัดกระจายไป. คำทั้งหมดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายเอา การไม่เกิดขึ้นแห่งความเจริญ คือสามัญผลนั่นเอง.

บทว่า ฉวาลาตํ วินสฺสติ ความว่า บุคคลนั้นคือชนิดนั้นจะไม่ประกอบประโยชน์ให้แก่ใครๆ เลย พินาศไปเหมือนดุ้นฟืนเผาศพ ดังที่กล่าวมาแล้ว เพราะเป็นผู้พลาดจากประโยชน์ทั้ง ๒ ถึงจะไม่ได้ทำการละเมิดทางกายและวาจา แต่เมื่อไม่ชำระจิตให้สะอาดก็พินาศ จะป่วยกล่าวไปไยถึงได้ทำการละเมิดทางกายและทางวาจาเล่า.

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงโทษในความทุศีล โดยการทรงแสดงถึงส่วนแห่งทุกข์ในอบายของเขาแล้ว ด้วยคำว่า ทุสฺสีโส เมื่อทรงพระประสงค์จะให้สัตว์ทั้งหลายสงัดจากโทษของความทุศีลนั้น จึงตรัสพระคาถาไว้โดยนัยมีอาทิว่า กาสาวกณฺฐา ดังนี้.

เนื้อความของพระคาถาทั้ง ๒ นั้นได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังทีเดียวแล. จบอรรถกถาชีวิตสูตรที่ ๒

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๖๒๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ชีวิตสูตร”