เพราะฉะนั้น ทั้งพระโสดาบันและพระสกทาคามี ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้ว ด้วยบทว่า กลฺยาณสีโล นี้.

อธิบายว่า พระโสดาบันและพระสกทาคามีเหล่านั้น ชื่อว่าเป็นผู้กระทำให้บริบูรณ์ในศีลทั้งหลาย ธรรมคืออนาคามิมรรคและอนาคามิผล และธรรมคือมรรคอันเลิศ ชื่อว่าเป็นกัลยาณธรรม เพราะว่า ในบรรดาธรรมเหล่านั้น โพธิปักขิยธรรมย่อมถึงความบริบูรณ์ด้วยภาวนา เพราะฉะนั้น พระอริยบุคคล ๓ จำพวกนับแต่พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรคที่ ๓ ไปย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้วด้วยบทว่า กลฺยาณธมฺโม นี้

ปัญญาในผลอันเลิศ (อรหัตผล) ชื่อว่าปัญญางาม เพราะถึงที่สุดแห่งกิจด้วยปัญญา เพราะฉะนั้น พระอรหันต์ผู้ถึงความไพบูลย์แห่งปัญญา พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ผู้มีกัลยาณธรรมบุคคลอย่างว่ามานี้แหละ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์เอาแล้ว. เพราะฉะนั้น จะมีประโยชน์อะไรด้วย (ข้อโต้แย้ง) อันทำให้เนิ่นช้านี้ ในข้อนี้ ธรรมคือมรรคอันเลิศและผลอันเลิศ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าเป็นกัลยาณศีลเป็นต้น ดังนั้น ข้อนี้จึงเป็นความชอบใจของพวกเราทั้งหลาย เพราะว่าโดยวิภาคแห่งธรรมแล้ว นี้เป็นปุคคลวิภาค มิใช่ธรรมวิภาค.

พระนิพพานอันสงัดจากสังขตธรรมทุกอย่าง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่า ล้วนๆ ในบทว่า เกวลี นี้ เพราะไม่มีอะไรๆ เจือปน ชื่อว่าเป็นพระอรหันต์ล้วนๆ เพราะท่านบรรลุพระนิพพานแล้ว.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๖๖๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. กัลยาณสูตร”