ดังนั้น ภิกษุผู้ชื่อว่าสมบูรณ์ด้วยอาจาระและโคจร เพราะประกอบด้วยอาจารสมบัติตามที่กล่าวมาแล้ว และโคจรสมบัตินี้.

บทว่า อณุมตเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี ความว่า มีปกติเห็นภัยในโทษทั้งหลายต่างด้วยอกุศลจิตตุปบาทในเสขิยวัตร ที่ต้องแล้วโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นต้น มีประมาณน้อย คือมีประมาณเท่าอณู.

อธิบายว่า ภิกษุใดเห็นโทษมีประมาณเท่าปรมาณู ทำให้ใหญ่ เหมือนขุนเขาสิเนรุราชที่สูงถึง ๖๘ แสนโยชน์ก็ดี ภิกษุใดเห็นอาบัติเพียงทุพภาสิตอัน (มีโทษ) เบากว่าอาบัติทั้งปวง ทำให้ (หนัก) เหมือนอาบัติปาราชิกก็ดี ภิกษุนี้ชื่อว่ามีปกติเห็นภัยในโทษทั้งหลาย มีประมาณน้อย.

บทว่า สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ ความว่า ในบรรดาสิกขาบททั้งหลาย สิกขาบทอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งจะต้องศึกษาสมาทานสิกขาบทนั้น หมดทุกสิ่งทุกอย่าง คือครบถ้วนโดยประการทั้งปวง ได้แก่ไม่ให้เหลือ แล้วศึกษา คือบำเพ็ญให้เป็นไป.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๖๘๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. กัลยาณสูตร”