อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ลปิตลาปนมตฺเตน ความว่า ด้วยเหตุเพียงเล่าเรียน หรือให้เล่าเรียนมนต์ทั้งหลาย ก็พราหมณ์ทั้งหลายเรียกขานผู้ใดที่มีวิชชา ๓ เพราะการเล่าเรียนหมวด ๓ แห่งพระเวทมีสามเวทเป็นต้นว่าเป็นพราหมณ์ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงคัดค้านคำของพราหมณ์นั้น.

แท้จริงโดยปรมัตถ์แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปรารภเทศนานี้ไว้ ตามอัธยาศัยของผู้ที่จะตรัสรู้อย่างนั้น เพื่อจะทรงแสดงว่า ก็พราหมณโภวาทีเหล่านี้ผู้อันอวิชชาหุ้มห่อแล้ว เรียกขานพราหมณ์ผู้ไม่มีวิชชา ๓ เลยว่าเป็นพราหมณ์ผู้มีวิชชา ๓ แต่ผู้มีวิชชาตามที่กล่าวมานี้ จึงจะชื่อว่าเป็นพราหมณ์.

ในอธิการนั้น พึงทราบวินิจฉัยดังนี้.

เพราะผู้ที่ถึงพร้อมด้วยวิชชา ย่อมเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยจรณะโดยแท้ เพราะเว้นจรณสมบัติเสียแล้ว จะมีวิชชาสมบัติไม่ได้ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระประสงค์จะทรงบัญญัติพราหมณ์ โดยหัวข้อ คือวิชชาเท่านั้น กระทำจรณสมบัติให้หยั่งลงสู่ภายใน ทรงตั้งหัวข้อเทศนาไว้ว่า ธมฺเมนาหํ ภิกฺขเว เตวิชฺชํ พฺราหฺมณํ ปญฺญาเปมิ (ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราย่อมบัญญัติบุคคลผู้ได้วิชชา ๓ ว่าเป็นพราหมณ์โดยธรรม) ดังนี้ แล้วทำเป็นกเถตุกัมยตาปุจฉาว่า กถญฺจาหํ ภิกฺขเว ธมฺเมน เตวิชฺชํ พฺราหฺมณํ ปญฺญาเปมิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เราตถาคตบัญญัติผู้ได้วิชชา ๓ ว่าเป็นพราหมณ์โดยธรรมอย่างไร ดังนี้แล้ว เมื่อจะทรงจำแนกหมวด ๓ แห่งวิชชาโดยเทศนาที่เป็นบุคลาธิษฐาน จึงตรัสคำมีอาทิว่า อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ดังนี้.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๗๐๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. ธรรมสูตร”