ก็ด้วยบทนี้เป็นอันพระองค์ตรัสถึงกิจของญาณที่ต้องเข้าไปกำหนดว่าสัตว์ทั้งหลายต้องเป็นไปตามกรรม และลำดับแห่งการบังเกิดขึ้นนี้ของญาณนั้นดังนี้. ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้เจริญอาโลกกสิณ มุ่งหน้าตรงไปยังนรกเบื้องล่าง ย่อมเห็นเหล่าสัตว์นรกกำลังเสวยทุกข์อย่างมหันต์ การเห็นนี้เป็นกิจของทิพยจักขุญาณอย่างเดียว. ก็ภิกษุนั้นมนสิการอยู่อย่างนี้ว่า สัตว์เหล่านี้กระทำกรรมอะไรหนอแล จึงเสวยทุกข์เช่นนี้. ลำดับนั้น ญาณมีกรรมนั้นเป็นอารมณ์ว่ากระทำกรรมชื่อนี้ จะเกิดแก่ภิกษุนั้น.

ในเบื้องบนก็เหมือนกัน ภิกษุเจริญอาโลกกสิณมุ่งหน้าตรงไปยังเทวโลก ย่อมเห็นสัตว์ทั้งหลายในสวนนันทนวัน มิสสกวันและปารุสกวันเป็นต้น กำลังเสวยสมบัติอยู่. แม้การเห็นนี้ก็จัดเป็นกิจของทิพยจักขุญาณเหมือนกัน.

ภิกษุนั้นมนสิการอยู่อย่างนี้ว่า สัตว์เหล่านี้กระทำกรรมอะไรหนอแล จึงเสวยสมบัตินี้.

ลำดับนั้น เธอจะเกิดญาณที่มีกรรมนั้นเป็นอารมณ์ว่าทำกรรมชื่อนี้.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๗๒๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. ธรรมสูตร”