บทว่า สทา แปลว่า ในกาลทุกเมื่อ. อธิบายว่า ทรงมีวัตรที่พึงอนุสรณ์ถึงและทรงมีพระสัทธรรมเป็นมหาทาน.
อีกประการหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกอบสัตว์ด้วยยาชะ (ทาน) เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า ยาชโยคะ. อธิบายว่า ทรงประกอบสัตว์ทั้งหลายด้วยยาชะกล่าวคือทาน ๓ อย่าง ตามสมควร คือทรงประกอบสัตว์ไว้ในทานนั้น. อาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า ยาชโยโค สตตํ ดังนี้ก็มี.
บทว่า ปยตปาณิ ได้แก่ พระองค์ทรงมีพระหัตถ์บริสุทธิ์. อธิบายว่า บุคคลใดน้อมไปในทาน เมื่อจะให้อามิสทาน ย่อมเป็นผู้ล้างมือในกาลทุกเมื่อทีเดียว เพื่อให้ไทยธรรมโดยเคารพด้วยมือของตน บุคคลนั้น ท่านเรียกว่า ปยตปาณิ (ผู้ล้างมือแล้ว) แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงน้อมไปในธรรมทาน ทรงประกอบขวนขวายในธรรมทานตลอดกาลทุกเมื่อโดยเคารพ เพราะเหตุดังว่ามานี้ ท่านจึงกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงล้างมือแล้ว. และบทว่า สทา พึงประกอบเข้ากับบทว่า ปยตปาณิ นี้ด้วย.
บทว่า สทา ปยตปาณิ ความว่า ก็พระศาสดาทรงยังการให้พระสัทธรรมให้เป็นไปแก่สัตวโลกผู้เป็นเวไนยสัตว์ในกาลทุกเมื่อ คือทุกเวลาโดยไม่ทรงแบ่งแยก ชื่อว่าทรงประกอบขวนขวายในธรรมทานนั้นอยู่.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที