บทว่า อุตฺตมํ ได้แก่ ชื่อว่าสูงสุด เพราะมีธรรมขั้นสูงสุดเป็นอารมณ์.

บทว่า ขเย ญาณํ ได้แก่ ญาณ (ความรู้) ในความสิ้นไปแห่งอาสวะและสังโยชน์ คือในอริยมรรคอันทำอาสวะและสังโยชน์ให้สิ้นไป ควรนำมาเชื่อมไว้ แม้ในที่นี้ว่า ญาณ ว่า สังโยชน์ทั้งหลายสิ้นแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงการพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว ด้วยบทว่า ขีณา สํโยชนา อิติ ญาณํ นั้น.

ปัจจเวกขณญาณทั้ง ๔ เป็นอันกล่าวไว้แล้วในที่นี้ดังพรรณนามาฉะนี้ แท้จริง ในสูตรนี้ไม่มีการพิจารณาถึงกิเลสที่ยังเหลืออยู่ เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมุ่งถึงการบรรลุอรหัตตผล.

อนึ่ง ในบทว่า ชานโต ปสฺสโต นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกิจของสัมมาทิฏฐิว่า สำคัญยิ่งในการบรรลุนิพพานฉันใด เมื่อจะทรงแสดงว่า แม้กิจของสัมมัปปธาน ก็จำต้องปรารถนาให้ยิ่งฉันนั้นเหมือนกัน จึงตรัสคาถาสุดท้ายว่า น เตววิทํ กุสีเตน ดังนี้.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๗๗๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. ชานสูตร”