บทว่า อิมสฺส โลกสฺส ทสฺเสตาโร ความว่า ขึ้นชื่อว่า การเห็นอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์ในโลกนี้ เกิดมีแก่บุตรทั้งหลายได้ เพราะอาศัยมารดาบิดา เพราะฉะนั้น มารดาบิดาเหล่านั้นจึงชื่อว่าเป็นผู้แสดงโลกนี้แก่บุตรเหล่านั้น.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงความที่มารดาบิดาเหล่านั้น เป็นผู้มีอุปการะมาก (และ) เหตุแห่งความเป็นพรหมเป็นต้นด้วยประการดังนี้ ที่เป็นเหตุให้บุตรไม่สามารถจะทำการตอบแทน (คุณ) มารดาบิดาให้สิ้นสุดได้ด้วยโลกิยอุปการะโดยปริยายไรๆ เลย เพราะว่า ถ้าหากบุตรตั้งใจว่า เราจักทำการตอบแทนอุปการคุณมารดาบิดา แล้วพยายามลุกขึ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้มารดาสถิตอยู่บนบ่าขวา ให้บิดาสถิตอยู่บนบ่าซ้าย มีอายุยืนหนึ่งร้อยปี ก็ประคบประหงมท่านตลอดเวลาหมดทั้งร้อยปี ทำนุบำรุงท่านด้วยปัจจัย ๔ และด้วยเครื่องอบ การนวดฟั้น การให้อาบน้ำและการดัดกายเป็นต้นตามที่ท่านชอบใจ ไม่รังเกียจแม้แต่มูตรและกรีส (อุจจาระ) ของท่านเหล่านั้นไซร้.

ด้วยการปรนนิบัติถึงเพียงนี้ ก็ไม่ชื่อว่าบุตรได้ทำการตอบแทนมารดาบิดา เว้นแต่จะให้ท่านดำรงอยู่ในคุณความดีพิเศษมีสัทธาเป็นต้น.

สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๘๑๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. พรหมสูตร”