ถิ่นกำเนิด เรียกว่าอายตนะ เช่นในประโยคทั้งหลายมีอาทิว่า ทักขิณาบถเป็นที่กำเนิดของโคทั้งหลาย. เหตุเรียกว่าอายตนะ เช่นในประโยคทั้งหลายมีอาทิว่า เขาถึงภาวะที่จะต้องศึกษาในที่นั้นๆ นั่นแหละ เมื่อมีเหตุ (ที่สมควร).

อนึ่ง ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้นๆ อาศัยอยู่ที่จักขุทวารเป็นต้น เพราะมีพฤติกรรมเกี่ยวเนื่องกับจักขุทวารเป็นต้นเหล่านั้น เพราะเหตุนั้น จักขุทวารเป็นต้นนั้น จึงชื่อว่าเป็นสถานที่อยู่อาศัยของธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้น. และธรรมเหล่านั้นกลาดเกลื่อนอยู่ในจักขุทวารเป็นต้นเหล่านั้น เพราะอาศัยจักขุทวารเป็นต้นนั้น เพราะเหตุนั้น จักขุทวารเป็นต้นจึงชื่อว่าเป็นบ่อเกิดของธรรมเหล่านั้น. อายตนะชื่อว่าเป็นสถานที่ชุมนุม เพราะเป็นที่มารวมกัน (แห่งธรรมทั้งหลาย) ในจักขุทวารเป็นต้นนั้น โดยเป็นที่ตั้งและเป็นประตู และชื่อว่าเป็นถิ่นกำเนิด เพราะธรรมเหล่านั้นเกิดขึ้นที่จักขุทวารเป็นต้นนั้นนั่นเอง โดยเป็นที่อาศัยของธรรมเหล่านั้น ทั้งชื่อว่าเป็นเหตุ เพราะเมื่อจักษุเป็นต้นไม่มี ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้นก็ไม่มี จึงเป็นอันว่าจักขุทวารเป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่าอายตนะ เพราะเหตุเหล่านี้ คือเพราะหมายความว่าเป็นสถานที่อยู่อาศัย ๑ เพราะหมายความว่าเป็นบ่อเกิด ๑ เพราะหมายความว่าเป็นสถานที่ชุมนุม ๑ เพราะหมายความว่าเป็นถิ่นกำเนิด ๑ เพราะหมายความว่าเป็นเหตุ ๑. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า คำว่า อายตนานํ นี้ เป็นชื่อของอายตนะภายในทั้ง ๖ ดังนี้.

ถ้าว่าธรรมทั้งหลายแม้มีรูปเป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้โดยเป็นปิยรูป สาตรูป (รูปเป็นที่รัก เป็นที่ชื่นใจ) เพราะเป็นที่ตั้งแห่งตัณหาว่า ตัณหานี้เมื่อจะเกิด ก็เกิดขึ้นที่รูปอันเป็นปิยรูปสาตรูปในโลก ภิกษุทั้งหลาย คำว่า ปิยรูปสาตรูปนี้แล เป็นชื่อของอายนะภายใน ๖ ดังนี้ เพื่อจะทรงแสดงว่าจักษุเป็นต้น เหมาะที่จะขยายความ (นิเทศ) ว่าเป็นปิยรูปสาตรูปที่ดีเหลือเกิน เพราะเป็นที่ตั้งแห่งความเสน่หาอย่างยิ่ง โดยนัยมีอาทิว่า จักษุของเรา โสตของเรา เพราะพ้นจักษุเป็นต้นไปแล้ว การบัญญัติว่าอัตตา ก็จะมีไม่ได้.

กามธาตุ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่าเป็นของต่ำ ในคำว่า โอรมฺภาคิยานํ นี้ (อกุศลธรรม) ที่เนื่องด้วยกามธาตุนั้น ชื่อว่าโอรัมภาคะ (เป็นส่วนเบื้องต่ำ) สังโยชน์ที่ประกอบด้วยส่วนเบื้องต่ำ (โอรัมภาคะ) นั้นโดยความเป็นปัจจัย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าโอรัมภาคิยะ. กิเลสชาต ชื่อว่าสังโยชน์ เพราะประกอบบุคคลผู้มีกิเลสชาตไว้ในวัฏฏะ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๘๖๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. ปุริสสูตร”