และในที่นี้ พระองค์ทรงประสงค์เอาการข่มอภิชฌาและพยาบาทเป็นต้นเหล่านั้นเท่านั้น ด้วยอำนาจแห่งการพรากออกไป และด้วยอำนาจแห่งการละอภิชฌาและพยาบาทเป็นต้น ซึ่งพระองค์ตรัสหมายเอาว่า เธอละความโลภคืออภิชฌาแล้ว มีจิตปราศจากอภิชฌาอยู่ ชื่อว่าชำระจิตให้ผ่องใสจากอภิชฌา. ละความประทุษร้ายคือพยาบาทแล้ว เป็นผู้มีจิตไม่พยาบาทอยู่ ชื่อว่าชำระจิตให้ผ่องใสจากความประทุษร้ายคือพยาบาท. ละถีนมิทธะแล้ว เป็นผู้ปราศจากถีนมิทธะ มีอาโลกสัญญา (หมายรู้แสงสว่าง) มีสติสัมปชัญญะอยู่ ชื่อว่าชำระจิตให้ผ่องใสจากถีนมิทธะ. ละอุทธัจจกุกกุจจะได้ ไม่ฟุ้งซ่าน มีจิตสงบอยู่ในภายใน ชื่อว่าชำระจิตให้ผ่องใสจากอุทธัจจกุกกุจจะ. ละความสงสัยได้แล้ว เป็นผู้ข้ามความสงสัยได้ เป็นผู้หายสงสัย ไม่สงสัยในกุศลธรรมทั้งหลาย ชื่อว่าชำระจิตให้ผ่องใสจากความสงสัย. ๑๓- ____________________________ ๑๓- อภิ. สงฺ. เล่ม ๓๕/ข้อ ๕๙๙

บรรดาการละและการเกิดขึ้นนั้น การละนิวรณ์มีอยู่โดยวิธีใด ควรทราบวิธีนั้น (ต่อไป)

ก็การละนิวรณ์เหล่านั้นมีอย่างไร?

การละกามฉันท์ มีโดยการทำไว้ในใจโดยแยบคายในอสุภนิมิต. ส่วนการเกิดขึ้น (แห่งกามฉันท์) มีโดยการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคายในสุภนิมิต.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๘๙๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. สัมปันนสูตร”