ก็อีกอย่างหนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงมีสัตวโลกทั้งหมดเป็นอารมณ์ ได้ทรงประกาศความเป็นผู้ได้ตรัสรู้แล้ว โดยการกำหนดอย่างอุกฤษฏ์ ด้วยคำว่า สเทวะ ในพระสูตรนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ชนเหล่าใดจะพึงมีความเข้าใจผิดว่า ขึ้นชื่อว่ามาร ชื่อวสวัตดีมีอานุภาพมาก เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นฉกามาพจรมีอยู่ แต่พระพรหมมีอานุภาพมากแม้กว่ามารนั้น ใช้นิ้วทั้ง ๑๐ ส่องแสงสว่างไปในหมื่นจักรวาล เสวยสุขอันเกิดจากฌานสมาบัติชั้นสูงมีอยู่ และสมณพราหมณ์จำนวนมากผู้มีฤทธิ์ มีทิพยจักษุ รู้จิตใจของผู้อื่นมีอานุภาพมาก ยังมีอยู่. ทั้งหมู่สัตว์นี้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด หาประมาณมิได้ก็ยังมี อารมณ์ของสัตว์เหล่านี้ทั้งหมดนั่นแหละ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงรู้แล้วโดยไม่มีเหลือเทียวหรือ?

พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงขจัดความเข้าใจผิดของชนเหล่านั้น จึงได้ตรัสคำมีอาทิไว้ว่า สเทวกสฺส โลกสฺส.

ส่วนโบราณาจารย์ได้กล่าวไว้ว่า บทว่า สเทวกสฺส คลุมถึงสัตวโลกไม่มีเหลือ พร้อมด้วยเทวดาทั้งหลาย.

บทว่า สมารกสฺส คลุมถึงสัตวโลกไม่มีเหลือพร้อมด้วยมาร.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๙๓๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๓. โลกสูตร”