เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่สัตวโลกพร้อมทั้งเทวโลกนี้เห็นแล้ว ได้ยินแล้ว ได้ทราบแล้ว ได้รู้แล้ว พระตถาคตเจ้าจะไม่ทรงเห็น ไม่ทรงได้ยิน ไม่ทรงทราบหรือไม่ทรงรู้ ย่อมไม่มี. แต่รูปเป็นต้นที่มหาชนนี้แสวงหาแล้ว แต่ไม่ได้ประสบมีอยู่บ้าง ที่ไม่ได้แสวงหาก็ไม่ประสบมีอยู่บ้าง ที่แสวงหาแล้วได้ประสบมีอยู่บ้าง ที่ไม่ได้แสวงหาแต่ได้ประสบมีอยู่บ้าง รูปเป็นต้นแม้ทั้งหมดที่ชื่อว่าพระตถาคตเจ้าไม่ทรงประสบแล้ว คือไม่ทรงทำให้แจ้งด้วยญาณแล้ว ย่อมไม่มี.
เพราะเหตุนั้นนั่นแหละ ขึ้นชื่อว่า รูปารมณ์อันใดที่มาสู่คลองในจักษุทวารของสัตว์ทั้งหลาย หาประมาณมิได้ ในโลกธาตุทั้งหลายหาประมาณมิได้ มีอยู่. รูปารมณ์นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรู้ทรงเห็นโดยอาการสิ้นเชิง. ก็รูปารมณ์นั้นอันพระผู้มีพระภาคเจ้านี้ ผู้ทรงรู้ทรงเห็นอยู่อย่างนี้ เมื่อทรงจำแนกออกไป ตามชื่อมากมาย ตามวาระ ๑๓ วาระ ตามนัย ๕๒ นัย โดยนัยมีอาทิว่า ๓- รูปคืออะไร? คือรูปายตนะซึ่งได้แก่รูปที่อาศัยมหาภูตรูปทั้ง ๔ แสดงออกเป็นสีแสง มีสีเขียว สีเหลือง (เป็นต้น) มีการกระทบได้ ดังนี้ ด้วยสามารถอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์เป็นต้น หรือด้วยสามารถแห่งบทที่ได้อยู่ ในรูปที่ได้เห็น เสียงที่ได้ยิน กลิ่น รส และโผฏฐัพพะที่ได้ทราบ และธรรมารมณ์ที่ได้รู้แล้ว ก็เป็นอย่างนั้นนั่นเอง ไม่มีผิดไปจากนั้น ในเสียงเป็นต้นที่มาสู่คลองแม้ในโสตทวารเป็นต้น ก็มีนัยนี้. ____________________________ ๓- อภิ. สงฺ. เล่ม ๓๔/ข้อ ๕๒๑
บทว่า ตสฺมา ตถาคโตติ วุจฺจติ ความว่า พระพุทธเจ้า บัณฑิตเรียกว่าตถาคต เพราะสิ่งที่ชาวโลกกล่าวแล้วโดยประการใด ก็ตรัสแล้วโดยประการนั้นเหมือนกัน
ส่วนคำใดที่ตรัสไว้ในพระบาลีว่า อภิสมฺพุทฺธํ (ตรัสรู้แล้ว) คำนั้นมีความหมายเท่ากับตถาคตศัพท์ ด้วยคำว่า ตถาคโต นี้เป็นอันทรงแสดงเนื้อความนี้ไว้ว่า ชื่อว่าตถาคต เพราะความเป็นผู้ทรงแสดงอย่างนั้นเป็นปกติ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที