บทว่า สพฺพํ ตํ ตเถว โหติ (พระพุทธพจน์นั้นทั้งหมดย่อมเป็นอย่างนั้นนั่นเอง) ความว่า พระพุทธพจน์ทั้งหมด คือที่มีองค์ ๙ มีสุตตะและเคยยะเป็นต้นนั้น คือที่ทรงแสดงแล้วในระหว่างนี้ โดยอรรถและโดยพยัญชนะแล้ว ไม่มีที่น่าตำหนิ ไม่บกพร่อง ไม่เกิน บริบูรณ์โดยอาการทุกอย่าง สร่างจากเมา คือราคะ ฯลฯ สร่างจากเมา คือโมหะ ไม่มีข้อพลั้งพลาด แม้เพียงเท่าปลายขนทรายในพระพุทธพจน์นั้น เป็นอย่างนั้นเท่านั้น เหมือนสิ่งที่ประทับด้วยดวงตราดวงเดียวกัน เหมือนสิ่งที่ตวงด้วยทะนานเดียวกัน และเหมือนสิ่งที่ชั่งด้วยเครื่องชั่งอย่างเดียวกัน ไม่เป็นอย่างอื่น เพราะตรัสสอนเพื่อประโยชน์แก่ผู้ใดก็ยังประโยชน์ให้สำเร็จแก่ผู้นั้น โดยส่วนเดียวนั่นเอง เพราะฉะนั้น พระพุทธพจน์นั้นจึงเป็นของแท้ ไม่แปรผัน ไม่เป็นอย่างอื่น

ด้วยคำว่า ท่านแสดงว่า ชื่อว่าตถาคต เพราะเป็นผู้มีปกติตรัสอย่างนั้น คตศัพท์ นี้มีความหมายเท่าคทะ เพราะแปลง ท อักษรเป็น ต อักษร เพราะฉะนั้น จึงมีอธิบายว่า ชื่อว่าตถาคต เพราะตรัสอย่างนั้น.

อีกอย่างหนึ่ง การกล่าวชื่อว่า อาคโท ความหมายว่า การตรัส การตรัสอย่างนั้น คือไม่ผิดพลาด มีอยู่แก่พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงชื่อว่าตถาคต เพราะแปลงอักษร ท อักษรเป็น ต.

ผู้ศึกษาควรทราบบทสำเร็จรูป ในคำว่า ตถาคต นี้ ตามที่พรรณนามานี้เถิด.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๙๔๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๓. โลกสูตร”