ก็ภูมิลัทธะนั้น จะพึงได้ก็ด้วยสามารถแห่งอารมณ์.

จริงอยู่ กิเลสแม้ทั้งหมดย่อมบังเกิดขึ้นปรารภขันธ์ทั้งหลายของพระขีณาสพทั้งหลาย แม้ที่ท่านกำหนดแล้ว อันต่างด้วยขันธ์ในอดีตเป็นต้น ก็ด้วยอำนาจแห่งอารมณ์ ดุจกิเลสที่บังเกิดขึ้นแก่นันทมาณพ และบุตรเศรษฐีชื่อว่าโสเรยยกะ เป็นต้น เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายของพระมหากัจจายนะ และของนางอุบลวรรณาเถรีเป็นต้น.

ก็ถ้าหากว่าอารมณ์นี้จะพึงชื่อว่าภูมิลัทธะแล้วไซร้ ใครๆ ก็ไม่พึงละมูลแห่งภพได้ เพราะเหตุที่อารมณ์นั้นอันใครๆ ไม่พึงละได้ แต่พึงทราบว่าที่ชื่อว่าภูมิลัทธะ ก็ด้วยสามารถแห่งวัตถุ.

ด้วยว่า ขันธ์ทั้งหลายที่มิได้กำหนดแล้วด้วยวิปัสสนา ย่อมบังเกิดขึ้นในวัตถุใดๆ กิเลสชาตที่มีวัฏฏะเป็นมูล ก็ย่อมนอนเนื่องในขันธ์เหล่านั้น นับตั้งแต่ได้บังเกิดขึ้นในวัตถุนั้นๆ กิเลสชาตนั้น พึงทราบว่าภูมิลัทธุปปันนะ เพราะอรรถว่ายังละไม่ได้ ก็กิเลสทั้งหลายที่ยังละไม่ได้ และที่ยังนอนเนื่องอยู่ในขันธ์เหล่าใด (ย่อมบังเกิดขึ้น) แก่บุคคลใดในวัตถุนั้น ขันธ์เหล่านั้นนั้นเองของบุคคลนั้นเป็นที่ตั้งของกิเลสเหล่านั้น หาใช่ขันธ์ของบุคคลเหล่าอื่นไม่.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๙๘๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. อุรคสูตร”