ก็ขันธ์ที่เป็นอดีตเท่านั้น เป็นที่ตั้งแห่งกิเลสทั้งหลายที่บุคคลนั้นยังละไม่ได้ และที่นอนเนื่องอยู่ในอดีตขันธ์ทั้งหลาย หาใช่ขันธ์นอกจากนี้ไม่. ในขันธ์ที่เป็นอนาคตเป็นต้นก็มีนัยนี้ (เหมือนกัน).

อนึ่ง ขันธ์ที่เป็นกามาวจรเท่านั้น เป็นที่ตั้งแห่งกิเลสทั้งหลายที่สัตว์ยังละไม่ได้ และที่นอนเนื่องอยู่ในกามาวจรขันธ์ทั้งหลาย หาใช่ขันธ์นอกนี้ไม่. ในขันธ์ที่เป็นรูปาวจรและอรูปาวจรก็นัยนี้ (เหมือนกัน).

ก็กิเลสชาตอันมีวัฏฏะเป็นมูลนั้นๆ มีอยู่ในขันธ์ทั้งหลายของพระอริยบุคคลใดๆ ในบรรดาพระโสดาบันเป็นต้นอันพระอริยบุคคลนั้นๆ ย่อมละได้ด้วยมรรคนั้นๆ ขันธ์เหล่านั้นๆ ของพระอริยบุคคลนั้นๆ จะนับว่าเป็นภูมิไม่ได้ เพราะไม่เป็นที่ตั้งแห่งกิเลสอันมีวัฏฏะเป็นมูลเหล่านั้นๆ ที่พระอริยบุคคลนั้นๆ ละได้แล้ว. แต่ว่ากรรมที่ทำไว้อย่างใดอย่างหนึ่งจะเป็นกุศลก็ตาม เป็นอกุศลก็ตาม ย่อมมีแก่ปุถุชนได้ เพราะกิเลสที่มีวัฏฏะเป็นมูล อันปุถุชนยังละไม่ได้โดยประการทั้งปวง เพราะเหตุนั้น วัฏฏะของปุถุชนนั้นจึงเป็นไปเพราะกิเลสเป็นปัจจัย.

กิเลสชาตที่มีวัฏฏะเป็นมูลนั้น ของบุคคลนั้น ไม่ควรกล่าวว่ามีในรูปขันธ์เท่านั้น ไม่มีในขันธ์ทั้งหลายมีเวทนาขันธ์เป็นต้น ฯลฯ หรือไม่ควรกล่าวว่า มีในวิญญาณขันธ์เท่านั้น ไม่มีในขันธ์ทั้งหลายมีรูปขันธ์เป็นต้น.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๙๘๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. อุรคสูตร”