ส่วนกิเลสชาตแม้ที่ข่มได้แล้วด้วยสมถะและวิปัสสนา ท่านเรียกว่า อสมูหตุปปันนะ เพราะอธิบายว่าไม่ล่วงการบังเกิดขึ้นเป็นธรรมดา เพราะเหตุที่กิเลสชาตนั้นยังถอนไม่ได้ด้วยอริยมรรค. ก็ในข้อนี้มีกิเลสชาตที่บังเกิดขึ้นแก่พระเถระผู้ได้สมาบัติแปด ซึ่งกำลังเหาะไปในอากาศได้ฟังเสียงเพลงขับของสตรี ผู้กำลังเก็บดอกไม้ทั้งหลายที่ต้นไม้มีดอกอยู่ ณ ชายป่าซึ่งขับร้องอยู่ด้วยเสียงอันไพเราะเป็นตัวอย่าง.

ผู้ศึกษาพึงทราบการประกอบประโยคแห่งอุปปันนะนั้น ในคำทั้งหลายเป็นต้นว่า พระอริยบุคคลผู้ทำให้มากซึ่งมรรคอันประกอบด้วยองค์แปดอันประเสริฐ พึงยังธรรมที่เป็นบาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้วๆ ให้อันตรธานไปในระหว่างทีเดียว. ๗- ____________________________ ๗- สํ. มหา. เล่ม ๑๙/ข้อ ๒๘๗

ก็อารัมมณาธิคคหิตุปปันนะ อวิกขัมภิตุปปันนะและอสมูหตุปปันนะ แม้ทั้ง ๓ อย่างนี้ พึงทราบว่า ย่อมถึงการสงเคราะห์ด้วยภูมิลัทธะนั้นแล.

เมื่อกิเลสชาตมีประเภทตามที่กล่าวแล้วนั้น เกิดขึ้นแล้วอย่างนี้นั่นเอง.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖,๙๙๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. อุรคสูตร”