ด้วยว่างูทั้งหลายย่อมไม่ล่วงชาติกำเนิดของตนในฐานะทั้ง ๕ คือ ๑. ในกาลอุบัติ ๒. ในกาลจุติ ๓. ในกาลล่วงความหลับที่ตนปล่อยแล้ว ๔.ในกาลเสพเมถุนกับนางนาคที่มีชาติกำเนิดเสมอกัน ๕. ในกาลลอกคราบ เพราะเมื่อใดก็ตามที่งูลอกคราบ เมื่อนั้นงูนั้นทั้งๆ ที่ยังดำรงอยู่ในชาติกำเนิดของตนนั่นเอง ก็ย่อมลอกคราบ แม้ดำรงอยู่ในชาติกำเนิดของตน รังเกียจอยู่ (อึดอัดอยู่) ก็ย่อมลอกคราบ.
งูที่ชื่อว่าเกลียดคราบอยู่ คือเมื่อใดก็ตามที่ตนเป็นผู้พ้นจากคราบในฐานะกึ่งหนึ่ง ไม่พ้นจากคราบไปในฐานะกึ่งหนึ่งห้อยอยู่ เมื่อนั้นงูนั้นอึดอัดอยู่ ย่อมลอกคราบนั้นไป.
ก็งูนั้นแม้รังเกียจอยู่อย่างนี้ อาศัยระหว่างท่อนไม้บ้าง ระหว่างรากไม้บ้าง ระหว่างแผ่นหินบ้าง ย่อมลอกคราบนั้นไป.
ก็งูนั้นได้อาศัยระหว่างท่อนไม้เป็นต้น แม้เมื่อจะลอกคราบไป ทำกำลังให้เกิดแล้ว กระทำความอุตสาหะ กระทำหางให้คดด้วยความเพียร กำลังเห็นอยู่นั่นเอง แผ่พังพานก็ย่อมลอกคราบไปได้ งูนั้นครั้นลอกคราบอย่างนี้แล้ว ก็ย่อมหลีกไปได้ตามปรารถนา ฉันใด
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที