ทราบว่า ภิกษุนี้เคยเกิดเป็นช่างทองอย่างเดียวมาถึง ๕๐๐ ชาติ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่านิมิตแห่งสีแดงเหมาะสำหรับภิกษุนั้น จึงได้ทรงประทานโลหิตกรรมฐานแก่ภิกษุนั้น. ภิกษุนั้นได้กระทำตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแนะนำเพียงชั่วครู่เท่านั้นก็ได้บรรลุแม้ฌาน ๔ ในที่นั้นตามลำดับ ปรารภฌานกีฬาโดยนัยมีอนุโลมและปฏิโลมเป็นต้น.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอธิษฐานว่าขอดอกปทุมนี้จงเหี่ยว. ภิกษุนั้นออกจากฌาน เห็นดอกปทุมนั้นซึ่งเหี่ยวแห้งไปเป็นสีดำ จึงได้อนิจจสัญญาว่า รูปที่ประภัสสรถูกชราย่ำยีแล้ว ต่อแต่นั้น ท่านได้นำดอกปทุมที่เหี่ยวแห้งนั้นน้อมเข้าไปแม้ภายใน ต่อจากนั้น ท่านได้เห็นภพทั้ง ๓ ปรากฎดุจไฟติดทั่วแล้วว่า สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา.
ก็ในที่ไม่ไกลจากภิกษุนั้นผู้เห็นอยู่อย่างนี้ มีสระบัวอยู่สระหนึ่ง พวกเด็กๆ ลงไปในสระนั้น หักดอกปทุมทั้งหลาย แล้ว (นำมา) ทำเป็นกองไว้ ดอกปทุมในน้ำเหล่านั้นปรากฏแก่ภิกษุนั้น ดุจเปลวไฟที่ป่าไม้อ้อ ใบทั้งหลาย (ของดอกปทุมเหล่านั้น) หล่นลงก็ปรากฏแก่ภิกษุนั้นดุจตกลงไปในเหว ส่วนยอดของดอกปทุมที่ทิ้งไว้บนบก เหี่ยวแห้งไปแล้ว ปรากฏดุจถูกไฟไหม้.
ครั้งนั้น เมื่อภิกษุนั้นเพ่งพินิจธรรมทั้งปวงตามกระแสแห่งธรรมนั้นอยู่ ภพทั้งสามก็ปรากฏเป็นสภาพหาที่พึ่งพิงไม่ได้ ประดุจเรือนถูกไฟไหม้ ฉะนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที