ต่อจากนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งที่ประทับอยู่ในพระคันธกุฎีนั่นเอง ก็ทรงแผ่รัศมีแห่งพระสรีระไปเบื้องบนพระภิกษุนั้น และพระรัศมีนั้นก็ท่วมทับใบหน้าของภิกษุนั้นเต็มที่. ลำดับนั้น ท่านนึกรำพึงอยู่ว่านี้อะไรกัน ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าราวกะว่าเสด็จมาประทับยืนอยู่ใกล้ จึงได้ลุกขึ้นจากอาสนะ ประคองอัญชลี.
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบความสบายของพระภิกษุนั้น เมื่อจะทรงแสดงธรรมจึงได้ตรัสโอภาสคาถานี้ว่า โย ราคมุทจฺฉิกา อเสสํ เป็นต้น.
ในคาถานั้น ที่ชื่อว่าราคะ ก็ด้วยอำนาจแห่งความรัญจวน. คำว่าราคะนี้ เป็นชื่อแห่งราคะ คือกามคุณ ๕.
บทว่า อุทจฺฉิกา ได้แก่ ย่อมตัดคือหัก ได้แก่ทำให้พินาศ. จริงอยู่ นักประพันธ์ทั้งหลายย่อมปรารถนาคำที่เป็นวัตตมานาวิภัตติว่า ฉินฺทติ แม้สำหรับคำทั้งหลายที่เป็นอดีตกาล.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที