บทว่า น ปจฺจสารี คือ ไม่ล้าอยู่.

ถามว่า ท่านกล่าวอธิบายไว้อย่างไร?

ตอบว่า ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า ก็ภิกษุใดตกไปอยู่ในอุทธัจจะด้วยการปรารภความเพียรจัด ชื่อว่าย่อมแล่นเลยไป เมื่อตกไปในโกสัชชะด้วยความเพียรที่หย่อนเกินไป ชื่อว่าย่อมล้าอยู่.

อนึ่ง เมื่อทำตนให้ลำบากด้วยภวตัณหา ชื่อว่าย่อมแล่นเลยไป เมื่อประกอบกามสุขอยู่ด้วยกามตัณหา ชื่อว่าย่อมล้าอยู่. ด้วยสัสสตทิฏฐิ ชื่อว่าย่อมแล่นเลยไป ด้วยอุทเฉททิฏฐิ ชื่อว่าย่อมล้าอยู่. เมื่อเศร้าโศกถึงอดีตอยู่ ชื่อว่าย่อมแล่นเลยไป เมื่อเพ้อหวังอนาคตอยู่ ชื่อว่าย่อมล้าอยู่. ด้วยปุพพันตานุทิฏฐิ ชื่อว่าย่อมแล่นเลยไป ด้วยอปรันตานุทิฏฐิ ชื่อว่าย่อมล้าอยู่. เพราะฉะนั้น ภิกษุใดเว้นที่สุด ๒ อย่างนี้ได้แล้ว ปฏิบัติตามมัชฌิมาปฏิปทาอยู่ ชื่อว่าไม่แล่นเลยไปและไม่ล้าอยู่.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๐๖๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. อุรคสูตร”