ศัพท์เหล่านี้คือ วีตโลโภ วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห มีความแปลกกัน (ไม่เหมือนกัน).
ในบรรดาคำทั้ง ๔ นี้ ที่ชื่อว่าโลภะ ด้วยอำนาจแห่งความโลภ (อยากได้). คำว่าโลภะ นี้เป็นคำที่รวมอกุศลธรรมฝ่ายโลภะเข้าไว้ทั้งหมด เป็นชื่อแห่งอกุศลมูลที่หนึ่ง หรือเป็นชื่อแห่งวิสมโลภะ โลภธรรมนั้นใดบางคราวย่อมเกิดขึ้นได้แม้ในวัตถุทั้งสาม คือ โภคะ ๑ รัฐ ๑ หมู่บ้าน ๑ ที่ชื่อว่าราคะด้วยสามารถแห่งความรัญจวน ที่ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า โลภธรรมย่อมบังเกิดขึ้นในสตรีทั้งหลายรุ่นพี่น้องหญิง รุ่นธิดา. คำว่าราคะ นี้เป็นชื่อของราคะคือกามคุณทั้งห้า.
ที่ชื่อว่าโทสะ ด้วยสามารถแห่งการประทุษร้าย. คำว่าโทสะ นี้เป็นชื่อของความโกรธที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น.
ที่ชื่อว่าโมหะ ด้วยสามารถแห่งความหลง. คำว่าโมหะ นี้เป็นชื่อแห่งความไม่รู้ในอริยสัจ ๔. ก็เพราะเหตุที่ภิกษุเกลียดโลภะ ในบรรดาโลภะราคะโทสะและโมหะนั้น จึงเริ่มเจริญวิปัสสนาว่า ทำไฉนหนอ ข้าพเจ้าพึงกำจัดโลภะ เป็นผู้ปราศจากความโลภ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงแสดงการละฝั่งในและฝั่งนอกทั้งปวง อันเป็นอุบายเครื่องละโลภะ อันเป็นเครื่องแสดงความแปรผันแห่งสังขารทั้งหลาย และเป็นอานิสงส์แห่งการละโลภะ จึงทรงตรัสคาถานี้ ในแม้คาถาทั้งหลายเบื้องหน้าแต่นี้ (ต่อจากนี้) ก็นัยนี้ (เหมือนกัน). แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ภิกษุนั้นซึ่งปรารภวิปัสสนาแล้วเกลียดธรรมเหล่านั้น จึงกล่าวคาถารูปละ ๑ คาถา ในพระสูตรนี้ โดยนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วนั่นเอง ท่านชอบใจคำใดก็พึงถือเอาคำนั้น. ในคาถาทั้ง ๔ ต่อจากนี้ก็นัยนี้ (เหมือนกัน) แต่การพรรณนาความในคาถานี้ดังต่อไปนี้ :-
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที