อกุศลธรรมเหล่าใด ย่อมนอนเนื่องอยู่ในสันดานทั้งหลาย เพราะอรรถว่ายังละไม่ได้ เหตุนั้นอกุศลธรรมเหล่านั้นชื่อว่าอนุสัย. คำว่าอนุสัยนี้เป็นชื่อแห่งกามราคะ ปฏิฆะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ภวราคะและอวิชชา. ที่ชื่อว่ามูล เพราะอรรถว่าเป็นที่ตั้งแห่งอาการของตนแห่งสัมปยุตธรรมทั้งหลาย. ที่ชื่อว่าอกุศล เพราะอรรถว่าไม่เกษม. ที่ชื่อว่ามูล เพราะอรรถว่าเป็นที่ตั้งแห่งสัมปยุตธรรมนั้นบ้าง. ที่ชื่อว่าอกุศล เพราะอรรถว่ามีโทษและมีวิบากเป็นทุกข์.

คำว่า มูลและอกุศลทั้ง ๒ อย่างนี้ เป็นชื่อแห่งโลภะโทสะและโมหะ. จริงอยู่ อกุศลมูลเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้อย่างนี้ โดยนัยเป็นต้นว่า ภิกษุทั้งหลาย โลภะเป็นอกุศลด้วย เป็นอกุศลมูลด้วย. อนุสัยเหล่านี้บางอย่างไม่มีแก่ภิกษุใด เพราะเธอละเสียได้ ด้วยมรรคนั้นๆ อย่างนี้ และอนุสัยเหล่านี้ก็เป็นอกุศลมูล อันภิกษุถอนขึ้นได้แล้วแล. อธิบายว่า ถอนเสียแล้ว.

ก็พวกอาจารย์ผู้รู้ลักษณะของศัพท์ ปรารถนาการลง เส อักษร สำหรับคำที่เป็นปฐมาวิภัตติพหุวจนะ แต่พระอรรถกถาจารย์ทั้งหลายพรรณนาว่า ศัพท์ว่าเส เป็นนิบาต, ท่านชอบใจคำใด ก็พึงถือเอาคำนั้น.

ก็ในคาถานี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๐๖๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. อุรคสูตร”