เมื่อว่าตามลำดับมรรค ความไม่มีแห่งทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย ย่อมมีได้ด้วยมรรคที่หนึ่ง. ความไม่มีแห่งกามราคานุสัยและอวิชชานุสัย ย่อมมีได้ด้วยมรรคที่สาม. ความไม่มีแห่งมานานุสัย ภวราคานุสัยและอวิชชานุสัย ย่อมมีได้ด้วยมรรคที่สี่.

ถามว่า เพราะเหตุไร?

ตอบว่า ก็เพราะเหตุที่อนุสัยทั้งปวงเป็นอกุศล คือกามราคานุสัยและภวราคานุสัยเท่านั้น ถึงการสงเคราะห์เข้าด้วยโลภะเป็นอกุศลมูล. ปฏิฆานุสัยและอวิชชานุสัย ย่อมถึงการนับว่าโทสะเป็นอกุศลมูล โมหะเป็นอกุศลมูล ส่วนทิฏฐิ มานะและวิจิกิจฉานุสัย ไม่จัดเป็นอกุศลมูลข้อใดเลย.

อีกอย่างหนึ่ง เพราะภิกษุปรารถนาการละกิเลสด้วยสามารถแห่งความไม่มีอนุสัย และด้วยสามารถแห่งการถอนอกุศลมูลเสียได้ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ภิกษุใดไม่มีอนุสัยไรๆ ถอนอกุศลมูลได้แล้ว.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๐๖๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. อุรคสูตร”