ธรรมชาติที่ชื่อว่าป่า ก็เพราะอรรถว่าปรารถนาหรือต้องการ. อธิบายว่า ย่อมจำนง คือย่อมขอ ย่อมคบ. คำว่าวนะ นี้เป็นชื่อของตัณหา. จริงอยู่ ตัณหานั้น ท่านเรียกว่าวนะ เพราะปรารถนา คือเพราะไหลออกมาแห่งอารมณ์ทั้งหลาย ตัณหา (วนะ) ย่อมแผ่ไปด้วยอำนาจที่มีอารมณ์เป็นปริยุฏฐาน (กลุ้มรุม) เพราะเหตุนั้น ตัณหานั้นจึงชื่อว่าวนถะ. คำว่าวนถะ นี้เป็นชื่อแห่งตัณหานุสัย กิเลสทั้งหลายที่เกิดจากป่าคือตัณหา ชื่อว่าวนถชา. แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า กิเลสแม้ทั้งหมด ท่านเรียกว่าวนถะ เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องรกชัฎ. ส่วนกิเลสที่เกิดขึ้นต่อๆ มา ชื่อว่าวนถชา. ก็ในที่นี้ ท่านประสงค์เอาเนื้อความในสุภสูตรเพียงเท่านี้ แต่เนื้อความนอกจากนี้ตรงกับที่ตรัสไว้ในพระคาถาธรรมบท.

สองบทว่า วินิพนฺธาย ภวาย ได้แก่ เพื่อความผูกพันในภพ. อีกอย่างหนึ่ง ความว่า เมื่อความผูกพันในอารมณ์ทั้งหลายแห่งจิต หรือเพื่อความอุบัติขึ้นต่อไป เหตุนั่นเอง จึงชื่อว่า เหตุกัปปา.

คำว่า นิวรณ์ ในคาถานี้ว่า โย นีวรเณ เป็นต้น มีวิเคราะห์ว่า ที่ชื่อว่านิวรณ์ เพราะอรรถวิเคราะห์ว่าย่อมทำจิตให้เดือดร้อน. อธิบายว่า เป็นเครื่องปกปิดจิต.

บทว่า ปหาย ได้แก่ ทิ้งเสีย

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๐๖๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. อุรคสูตร”