คาถานี้ท่านกล่าวไว้ในที่ ๒ แห่ง คือในขันธกวินัย และในเถรคาถา

ในบรรดาอาคตสถานทั้ง ๒ แห่งนั้น ในขันธกะ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ เพราะอาศัยประโยชน์นี้ว่า ภิกษุใดปกปิดอาบัติไว้ กิเลสทั้งหลายและอาบัติทั้งหลาย ย่อมรั่วรดจิตภิกษุนั้นบ่อยๆ ส่วนภิกษุใดไม่ปกปิดอาบัติไว้ กิเลสทั้งหลายและอาบัติทั้งหลายย่อมไม่รั่วรดจิตของภิกษุนั้น.

(ส่วน) ในเถรคาถา ท่านกล่าวไว้ว่า ผู้ใดมีกิเลสดุจหลังคามีราคะเป็นต้น กิเลสนั้นย่อมรั่วรดเรือน คือจิตที่ปกปิดไว้นั้นของผู้นั้น เพราะเรือนนั้นเป็นที่เกิดของกิเลสมีราคะเป็นต้น ในอารมณ์ทั้งหลายมีอิฏฐารมณ์เป็นต้น หรือผู้ใดเมื่อกิเลสเกิดขึ้นแล้ว ย่อมอดกลั้นไว้.

ฝนคือกิเลสก็ย่อมรั่วรดกระท่อม คืออัตภาพของภิกษุนั่นเองที่ปกปิดไว้ด้วยหลังคา คือกิเลสอันตนอดกลั้นเอาไว้บ่อยๆ การที่หลังคา คือกิเลสอันผู้ใดกำจัดเปิดออกแล้วด้วยลมคืออรหัตมรรคญาณ ฝนคือกิเลสก็ย่อมไม่รั่วรดเรือน คือจิตของผู้นั้น เพราะฉะนั้น เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์เอาแล้วในที่นี้.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๐๙๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ธนิยสูตร”