จริงอยู่ ภิกษุผู้อยู่ด้วยเมตตาในอาวาส ย่อมเป็นที่รักที่ชอบใจของสพรหมจารีทั้งหลาย อันเพื่อนพรหมจารีนั้นไม่กระทบกระทั่งถึงผาสุกอยู่. ผู้อยู่ด้วยเมตตาในเทวดาทั้งหลายอันเหล่าเทวดารักษาคุ้มครองแล้ว ย่อมอยู่เป็นสุข. ผู้อยู่ด้วยเมตตาในพระราชาและมหาอำมาตย์ของพระราชาเป็นต้นอันท่านเหล่านั้นนับถือแล้ว ย่อมอยู่เป็นสุข. ผู้อยู่ด้วยเมตตาในบ้านนิคมเป็นต้นอันมนุษย์ทั้งหลายในที่ทั้งปวงมีที่เป็นที่เที่ยวไปเพื่อภิกขาเป็นต้นสักการะเคารพแล้ว ย่อมอยู่เป็นสุข. ผู้ละความใคร่ในชีวิตด้วยการเจริญมรณานุสติ ไม่ประมาทอยู่.

ก็กรรมฐานใดอันภิกษุพึงบริหารทุกเมื่อ ยึดถือแล้วโดยสมควรแก่จริตหรือจตุธาตุววัฏฐานกรรมฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ในบรรดาอสุภะ ๑๐ กสิณ ๑๐ และอนุสติ ๑๐ เป็นต้น กรรมฐานนั้นเรียกว่าปาริหาริยะ เพราะเป็นกรรมฐานอันภิกษุพึงบริหาร พึงรักษาและพึงเจริญทุกเมื่อ. ปาริหาริยกรรมฐานนั้นนั่นแลเรียกว่ามูลกรรมฐาน ดังนี้บ้าง.

ในกรรมฐานทั้ง ๒ อย่างนั้น ภิกษุมนสิการสัพพัตถกกรรมฐานก่อน แล้วมนสิการปาริหาริยกรรมฐานใดในภายหลัง ข้าพเจ้าจักแสดงปาริหาริยกรรมฐานนั้นโดยจตุธาตุววัฏฐานเป็นประธาน.

ด้วยว่า ภิกษุนี้พิจารณากายตามที่ดำรงอยู่ ตามที่ตั้งอยู่ โดยความเป็นธาตุ มนสิการกรรมฐานโดยเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุดอย่างนี้ว่า ธาตุใดแข้นแข็งใน ๒๐ ส่วนซึ่งมีอยู่ในกายนี้ ธาตุนั้นชื่อว่าปฐวีธาตุ. ธาตุใดทำหน้าที่เอิบอาบถึงความเป็นของเหลวใน ๑๒ ส่วน ธาตุนั้นชื่อว่าอาโปธาตุ. ธาตุใดทำความอบอุ่น ถึงความเป็นไออุ่นใน ๔ ส่วน ธาตุนั้นชื่อว่าเตโชธาตุ. ส่วนธาตุใดทำการค้ำจุนมีลักษณะพัดไปมาใน ๖ ส่วน ธาตุนั้นชื่อว่าวาโยธาตุ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๑๖๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. ขัคควิสาณสูตร”