พระราชาพระองค์นั้นทรงรับอำมาตย์นั้น อำมาตย์ได้รับความไว้วางพระหฤทัยโดยกาลล่วงไปเล็กน้อย ได้ทูลเรื่องนั้นกะพระราชานั้นว่า ข้าแต่มหาราช ข้าพระพุทธเจ้าเห็นน้ำผึ้งซึ่งไม่มีตัว ผู้กินน้ำผึ้งนั้นก็ไม่มี. พระราชาทรงพระราชดำริว่า อำมาตย์ประสงค์จะล้อเล่น จึงกล่าวเรื่องนั้น ทำไมเล่า แล้วไม่ทรงฟัง.
อำมาตย์นั้นได้โอกาสพรรณนาให้ดีกว่าเดิมแล้ว ทูลบอกอีก. พระราชาตรัสถามว่า นั่นอะไร. นั่นคือราชสมบัติในกรุงพาราณสี พระเจ้าข้า. พระราชาตรัสว่า เธอประสงค์จะนำฉันไปตายหรือ. อำมาตย์นั้นทูลว่า ข้าแต่พระสมมติเทพ พระองค์อย่าได้ตรัสอย่างนั้น ถ้าไม่ทรงเชื่อก็จงทรงส่งคนทั้งหลายไป. พระราชาพระองค์นั้นทรงส่งคนทั้งหลายไปแล้ว คนเหล่านั้นไปแล้ว ขุดซุ้มประตู ขึ้นทางพระตำหนักบรรทมของพระราชา. พระราชาทรงเห็นแล้วตรัสถามว่า พวกเจ้ามาเพื่ออะไร. พวกคนเหล่านั้นทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า พวกข้าพระองค์เป็นโจร. พระราชาจึงตรัสสั่งให้ประทานทรัพย์แก่พวกโจรเหล่านั้น แล้วโอวาทว่า พวกเจ้าอย่าได้ทำอย่างนี้อีก แล้วก็ทรงปล่อยไป. พวกคนเหล่านั้นมาทูลแด่พระราชาของตนนั้น พระราชานั้นทรงทดลองเหมือนอย่างนั้นแหละ ๒-๓ ครั้ง ทรงพระราชดำริว่า พระเจ้าพรหมทัตทรงมีศีล แล้วก็ทรงตระเตรียมจตุรงคเสนา เสด็จเข้าสู่นครหนึ่งในระหว่างเขตแดน ทรงส่งพระราชสาส์นให้แก่อำมาตย์ในนครนั้นว่า ท่านจะให้นครแก่เรา หรือว่าจะรบ.
อำมาตย์นั้นกราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระเจ้าพรหมทัตว่า ขอพระองค์จงสั่งว่า ข้าพเจ้าจะรบหรือจะให้นคร. พระราชาทรงส่งไปว่า เราไม่พึงรบ เจ้าให้นครแล้ว จงมาในที่นี้. อำมาตย์นั้นได้กระทำอย่างนั้น.
ฝ่ายพระราชาผู้ปฏิปักษ์ทรงยึดนครนั้นแล้วก็ส่งทูตไปสู่นครอื่น แม้ในนครที่เหลือทั้งหลายก็เหมือนอย่างนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที