พระราชาทรงโอวาทพระราชาผู้ปฏิปักษ์นั้นแล้วตรัสว่า ท่านจงลุกขึ้น ข้าพเจ้ายกโทษให้แก่ท่าน. พระราชาผู้ปฏิปักษ์นั้นพอพระราชาตรัสเท่านั้น ก็ทรงถึงความโล่งพระทัยอย่างยิ่ง ทรงได้ราชสมบัติในชนบทซึ่งใกล้เคียงพรหมแดนของพระเจ้ากรุงพาราณสี ทั้งสองพระองค์นั้นได้เป็นพระสหายกันและกัน.

ครั้งนั้น พระเจ้าพรหมทัตทรงเห็นเสนาทั้งสองฝ่ายต่างชื่นชมยืนร่วมกันอยู่ จึงทรงพระราชดำริว่า หยดโลหิตแม้เพียงแมลงวันตัวเล็กๆ ดื่มได้ก็ไม่บังเกิดในหมู่มหาชนนี้ เพื่อประโยชน์แก่การตามรักษาจิตของเราคนเดียว โอ! ดีจริงหนอ โอ! ดีนักแล ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงมีความสุขเถิด จงอย่ามีเวร จงอย่าเบียดเบียนกันดังนี้แล้ว ทรงยังเมตตาฌานให้เกิดขึ้น ทรงทำเมตตาฌานนั้นแลให้เป็นบาท พิจารณาสังขารทั้งหลาย กระทำให้แจ้งซึ่งปัจเจกโพธิญาณ ทรงบรรลุความเป็นสยัมภู.

อำมาตย์ทั้งหลายได้ประชุมกันกราบทูลพระเจ้าพรหมทัตนั้นผู้มีความสุขด้วยมรรคสุข ผลสุข ประทับนั่งบนคอช้างว่า ข้าแต่มหาราช กาลนี้เป็นการเสด็จขึ้นสู่พระยาน ขอพระองค์พึงกระทำสักการะแก่หมู่พลผู้ชนะ พึงพระราชทานอาหารและเสบียงแก่หมู่พลผู้แพ้.

พระเจ้าพรหมทัตนั้นตรัสว่า ดูก่อนพนาย เราไม่ใช่พระราชา เราชื่อว่า พระปัจเจกสัมพุทธะ. อำมาตย์ทั้งหลายทูลว่า พระองค์ตรัสอะไร พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายไม่เป็นเช่นนี้.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๑๗๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. ขัคควิสาณสูตร”