ที่ภูเขาคันธมาทน์นั้นมีเงื้อมผา ชื่อว่านันทมูลกะ เป็นที่อยู่ของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย และมีคูหา ๓ คูหา คือ สุวรรณคูหา มณิคูหา รชตคูหา. ที่ภูเขาคันธมาทน์นั้นมีต้นไม้ ชื่อมัญชุสกะ ที่ประตูมณิคูหา สูง ๑ โยชน์ กว้าง ๑ โยชน์ ต้นไม้นั้นบานสะพรั่งทั่วไปในน้ำ หรือบนบก โดยพิเศษในวันที่พระปัจเจกพุทธเจ้าเสด็จมาถึง ข้างหน้าต้นไม้นั้นมีโรงรัตนะทุกอย่าง ในโรงรัตนะนั้น ลมสำหรับกวาดย่อมพัดหยากเยื่อ ลมสำหรับเกลี่ยพื้นย่อมพัดทรายที่แล้วด้วยแก้วทุกอย่างให้ราบเรียบ ลมสำหรับรดย่อมพัดเอาน้ำจากสระอโนดาตมารด ลมสำหรับทำกลิ่นหอมย่อมพัดเอากลิ่นหอมของต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมทั้งหมดมาจากภูเขาหิมวันต์ ลมสำหรับโปรยย่อมพัดเอาดอกไม้ทั้งหลายมาโปรยลง ลมสำหรับปูลาดย่อมปูลาดในที่ทั้งปวง ในวันที่พระปัจเจกพุทธะเกิดขึ้นและในวันอุโบสถ พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งปวงนั่งประชุมในที่เหล่าใด อาสนะทั้งหลายเป็นอันปูแล้วในที่เหล่านั้นทุกเมื่อ นี้เป็นปกติในภูเขาคันธมาทน์นั้น พระปัจเจกพุทธะผู้ตรัสรู้ชอบเอง โดยเฉพาะได้เสด็จไปในภูเขาคันธมาทน์นั้น ประทับนั่ง ณ อาสนะที่ปูลาดแล้ว.

แต่นั้น ถ้าในเวลานั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าแม้เหล่าอื่นมีอยู่ พระปัจเจกพุทธเจ้าแม้เหล่านั้น ก็ประชุมในขณะนั้น ย่อมนั่งบนอาสนะที่ปูแล้ว และครั้นนั่งแล้ว ก็เข้าสมาบัติบางอย่างแล้วก็ออก ต่อจากนั้น สังฆเถระก็ถามกรรมฐานกะพระปัจเจกพุทธเจ้าที่มาใหม่ว่า บรรลุได้อย่างไร เพื่อประโยชน์แก่อนุโมทนาของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งปวง.

แม้ในกาลนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์นั้นก็ตรัสอุทานคาถาและพยากรณคาถาของพระองค์นั้นแล.

แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าอันท่านพระอานนท์ทูลถาม ก็ตรัสคาถานั้นอีกเหมือนกัน

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๑๘๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. ขัคควิสาณสูตร”