พึงทราบวินิจฉัยโดยความเป็นสิกขาบทอย่างเดียวกันและต่างกันเป็นต้น ด้วยประการดังกล่าวมาฉะนี้

เมื่อว่าโดยอารมณ์ ในข้อนี้ ปาณาติบาตมีชีวิตินทรีย์เป็นอารมณ์. อทินนาทาน อพรหมจรรย์และสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐาน มีสังขารคือบรรดารูปธรรมมีรูปายตนะเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอารมณ์ มุสาวาทมีสัตว์เป็นอารมณ์ เพราะปรารภคนที่จะพูดมุสาเป็นไป อาจารย์พวกหนึ่งกล่าวว่า แม้อพรหมจรรย์ ก็มีสัตว์เป็นอารมณ์ อนึ่ง อทินนาทานมีสัตว์เป็นอารมณ์ในเวลาที่สัตว์เป็นผู้ที่จะพึงถูกลักไป อีกประการหนึ่ง อทินนาทานมีสัตว์เป็นอารมณ์ก็โดยอำนาจสังขาร มิใช่โดยอำนาจพระบัญญัติ

ในข้อนี้ พึงทราบวินิจฉัยโดยอารมณ์ดังกล่าวมาฉะนี้.

เมื่อว่าโดยสมาทาน ก็สิกขาบทเหล่านี้มีปาณาติปาตาเวรมณีสิกขาบทเป็นต้น สามเณรสมาทานในสำนักภิกษุเท่านั้น จึงเป็นอันสมาทาน ส่วนอุบาสกสมาทานเองก็ดี สมาทานในสำนักของผู้อื่นก็ดี ก็เป็นอันสมาทานแล้ว สมาทานรวมกันก็ดี สมาทานแยกกันก็ดี ก็เป็นอันสมาทานแล้ว แต่ต่างกัน อย่างไรเล่า บุคคลสมาทานรวมกัน ก็มีวิรัติเดียว มีเจตนาเดียวเท่านั้น แต่ปรากฏว่าวิรัติและเจตนาเหล่านั้น มีถึง ๕ โดยอำนาจกิจคือหน้าที่. ส่วนบุคคลที่สมาทานแยกกันก็พึงทราบว่ามีวิรัติ ๕ เจตนาก็ ๕

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สิกขาบท ๑๐”