ในวันหนึ่งออกจากสมาบัติ ระลึกว่า พวกเราทำกรรมอะไรจึงบรรลุถึงโลกุตรสุขนี้ พิจารณาอยู่ ได้เห็นจริยาของตนในกัสสปพุทธกาล. ลำดับนั้น ระลึกอีกว่าคนที่ ๓ อยู่ที่ไหน เห็นคนที่ ๓ เสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี ระลึกถึงคุณของหัวหน้านั้น คิดว่าโดยปกติเทียว พระราชาพระองค์นั้นทรงถึงพร้อมด้วยคุณมีความเป็นผู้ปรารถนาน้อยเป็นต้น ทรงโอวาทพวกเรา ผู้ประพฤติอดทนต่อคำพูด ทรงติเตียนบาป เอาเถิด พวกเราแสดงอารมณ์แล้ว จะเปลื้องพระองค์ ดังนี้ แสวงหาโอกาสอยู่.
ในวันหนึ่ง เห็นพระราชาพระองค์นั้นทรงประดับประดาด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง กำลังเสด็จไปสู่พระราชอุทยาน แล้วเหาะไปทางอากาศยืนอยู่ที่โคนก่อไม้ไผ่ ที่ประตูพระราชอุทยาน มหาชนกำลังแลดูพระราชาด้วยการดูพระราชาของตน.
ต่อจากนั้น พระราชาทรงแลดูว่า มีใครหนอแลขวนขวายในการดูเรา ทรงเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย และพร้อมกับทรงเห็นนั่นเทียว พระองค์ทรงเกิดความเสน่หาในพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น. พระองค์จึงเสด็จลงจากคอช้าง เสด็จเข้าไปหาพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นด้วยอากัปกิริยาอันสงบ แล้วตรัสถามว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่านมีชื่ออย่างไร.
พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นทูลตอบว่า มหาบพิตร พวกอาตมาชื่อว่าผู้ไม่เกี่ยวข้อง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที