บทว่า ยํ เป็นปฐมาวิภัตติแสดงความไม่แน่นอน.

บทว่า ตํ เป็นทุติยาวิภัตติแสดงความแน่นอน. หรือว่าคำว่า ยํ ตํ แม้ทั้งสอง เป็นปฐมาวิภัตติ.

คำว่า สนฺตํ ปทํ เป็นทุติยาวิภัตติ. บรรดาคำทั้งสองนั้น ที่ชื่อว่าสันตะ เพราะเป็นลักษณะ ที่มีชื่อว่าปทะ เพราะอันบุคคลพึงถึง คำนี้เป็นชื่อของพระนิพพาน.

บทว่า อภิสเมจฺจ แปลว่า บรรลุแล้ว. ผู้ใดย่อมอาจ เหตุนั้น ผู้นั้นชื่อว่าสักกะ ผู้อาจ. ท่านอธิบายว่า ผู้สามารถ ผู้อาจหาญ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗๒๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. กรณียเมตตสูตร”