นางดำรงอยู่ในชาตินั้น เสวยอิสริยสุขและโภคสุขตลอดอายุแล้ว ตายไปเกิดในดอกปทุมในเทวโลกโดยความเป็นบุรุษ เทพบุตรนั้น แม้เมื่อจะไปก็ไปบนกลีบปทุมเท่านั้น เมื่อจะยืนก็ดี นั่งก็ดี นอนก็ดี ก็ย่อมยืนนั่งนอน แม้บนกลีบปทุมเท่านั้น และเทพทั้งหลายจึงได้ขนานนามเทวบุตรนั้นว่า มหาปทุมเทวบุตร เทวบุตรนั้นท่องเที่ยวไปมาในเทวโลก ๖ ชั้นเท่านั้นด้วยอานุภาพนั้นด้วยประการฉะนี้.
ก็โดยสมัยนั้น พระเจ้ากรุงพาราณสีทรงมีสตรี ๒๐,๐๐๐ นาง แม้พระราชาก็ไม่ทรงได้พระโอรสในท้องของสตรีแม้นางหนึ่งเลย. อำมาตย์ทั้งหลายกราบทูลพระราชาให้ทรงทราบว่า ข้าแต่พระสมมติเทพ พระราชโอรสที่จะสืบตระกูลวงศ์ พระองค์พึงทรงปรารถนา และเมื่อไม่มีพระราชโอรสที่เกิดจากพระองค์ แม้พระราชโอรสเกิดในเขตก็จะทรงดำรงตระกูลวงศ์ได้ พระเจ้าข้า. พระราชาทรงให้สตรีนักฟ้อนที่เหลือเว้นพระมเหสีประพฤติตามลำพังว่า พวกเจ้าจงทำการฟ้อนรำโดยธรรมตลอดเจ็ดวัน แม้อย่างนั้นก็ไม่ได้พระโอรส. อำมาตย์ทั้งหลายจึงกราบทูลอีกว่า ข้าแต่มหาราช ธรรมดาพระมเหสีทรงมีบุญและมีปัญญา เลิศกว่าสตรีทั้งปวง ชื่อไฉนพระองค์พึงทรงได้พระราชโอรส ในพระครรภ์แม้ของพระมเหสี. พระราชาตรัสบอกเนื้อความนั่นแก่พระมเหสี.
พระนางทูลว่า จริง มหาราช สตรีใดกล่าวคำสัจ รักษาศีล สตรีนั้นพึงได้บุตร เพราะสตรีเว้นจากหิริและโอตตัปปะแล้ว บุตรจะมีได้แต่ที่ไหน พระนางเสด็จขึ้นสู่ปราสาท ทรงสมาทานศีล ๕ ทรงนึกถึงบ่อยๆ.
เมื่อพระราชธิดาผู้มีศีลทรงนึกถึงศีล ๕ พอมีพระทัยปรารถนาพระราชโอรสเกิดขึ้น อาสน์ของท้าวสักกะก็หวั่นไหว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที