พระกุมารถูกมหาชนนำสิ่งนั้นๆ ทูลว่า จงทรงเคี้ยวสิ่งนี้ จงเสวยสิ่งนี้ ก็ทรงเบื่อระอาด้วยโภชนะ ก็เสด็จไปสู่ซุ้มพระทวาร ทรงเล่นกับก้อนครั่ง.

ในกาลครั้งนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งอาศัยกรุงพาราณสี อยู่ที่อิสิปตนะ. ท่านลุกขึ้นตามกาล ทำกิจทั้งปวงมีเสนาสนวัตร บริกรรมร่างกายและมนสิการเป็นต้น ออกจากที่หลีกเร้น นึกอยู่ว่าวันนี้จักรับภิกษาที่ไหน เห็นสมบัติของพระกุมารแล้ว พิจารณาว่า ในกาลก่อน พระกุมารนี้ทรงทำกรรมอะไรดังนี้ รู้ว่าพระกุมารนี้ได้ถวายบิณฑบาตแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าเช่นเราแล้วตั้งปรารถนา ๔ อย่าง ในปรารถนา ๔ อย่างนั้น ๓ อย่างสำเร็จแล้ว อีกอย่างหนึ่งยังไม่สำเร็จก่อน เราจักให้อารมณ์โดยอุบายแก่พระกุมารนั้น ดังนี้แล้ว ได้ไปสู่สำนักของพระกุมารด้วยอำนาจแห่งภิกขาจริยา.

พระกุมารทรงเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นแล้ว ตรัสว่า ข้าแต่พระสมณะ ท่านอย่ามาในที่นี้ ด้วยว่าคนเหล่านั้นพึงกล่าวแม้กะท่านว่า จงเคี้ยวสิ่งนี้ จงกินสิ่งนี้. พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นกลับจากที่นั้นด้วยคำพูดคำเดียวเท่านั้น เข้าไปสู่เสนาสนะของตน.

ฝ่ายพระกุมารตรัสกะชนว่า สมณะนี้พอถูกเราพูดแล้วก็กลับ โกรธแก่เราหรือหนอ. แต่นั้น แม้อันชนเหล่านั้นทูลว่า ข้าแต่พระสมมติเทพ ธรรมดาบรรพชิตทั้งหลายเป็นผู้โกรธเป็นเบื้องหน้าหามิได้ ย่อมเป็นอยู่ด้วยปัจจัยที่คนอื่นถวายด้วยใจเลื่อมใส ดังนี้ ทรงดำริว่าสมณะนั่นคงเป็นอย่างนั้น จึงทูลแด่พระมารดาและพระบิดาว่า จักยังพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นให้อดโทษดังนี้แล้ว เสด็จทรงช้าง เสด็จไปสู่ป่าอิสิปตนะด้วยอานุภาพพระราชาอันยิ่งใหญ่ ทรงเห็นฝูงเนื้อจึงตรัสถามว่า เหล่านั้นชื่ออะไร.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๒๒๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. ขัคควิสาณสูตร”