อำมาตย์ทั้งหลายแม้รู้อยู่ ก็จัดที่บรรทมในโคนต้นทองหลางนั้น เพราะกลัวว่าพระราชาตรัสสั่งแล้ว.
พระองค์ทรงเล่นในพระราชอุทยาน ในสมัยเย็น ทรงบรรทมที่โคนต้นทองหลางนั้น ทรงเห็นต้นไม้นั้นแล้ว ทรงพระราชดำริว่า
ในกาลก่อน ต้นไม้นี้สล้างด้วยใบ น่าดูยิ่งนักเหมือนสำเร็จแล้วด้วยแก้วมณี ต่อแต่นั้น ก็เป็นต้นไม้ มีดอกบานสะพรั่งเช่นกับหน่อแก้วประพาฬที่วางไว้ในระหว่างกิ่งซึ่งมีสีเขียว น่าดูดุจทองคำมีสิริ และภายใต้ภูมิภาคแห่งต้นทองหลางนั้นเล่า ก็เกลื่อนกล่นด้วยทรายเช่นกับแล้วมุกดาหาร ดารดาษไปด้วยดอกซึ่งหลุดออกจากขั้ว เป็นดุจปูลาดด้วยผ้ากัมพลแดง วันนี้ ต้นไม้ชื่อนั้นยืนต้นอยู่เหลือแต่กิ่งเหมือนต้นไม้แห้ง
โอ! ต้นไม้นี้ถูกชราเข้ากระทบแล้วย่อมร่วงโรยไปดังนี้แล้ว ทรงได้อนิจจสัญญาว่า แม้อนุปาทินนกสังขารยังถูกชรากระทบได้ ก็จะป่วยกล่าวไปใยถึงอุปาทินนกสังขารเล่า และพระองค์เมื่อทรงเห็นแจ้งซึ่งสังขารทั้งปวงตามทำนองแห่งอนิจจสัญญานั้นโดยความเป็นของไม่เที่ยง และโดยความเป็นอนัตตา ทรงปรารถนาว่า โอหนอ! แม้เราพึงปราศจากเพศคฤหัสถ์ เหมือนต้นทองหลางสลัดใบฉะนั้น ทรงบรรทมโดยปรัศว์เบื้องขวาบนพื้นพระที่บรรทมนั้นนั่นแล ก็ทรงทำให้แจ้งซึ่งปัจเจกโพธิญาณโดยลำดับ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที