คาถานั้นโดยอรรถแห่งบทปรากฏชัดแล้ว แต่การประกอบอธิบายในคาถานั่นมีดังนี้ ก็คาถานั้นแลปรากฏแล้วด้วยอำนาจแห่งยุติ แต่ไม่ปรากฏชัดด้วยอำนาจแห่งการตามสดับ.
อธิบายว่า ช้างนี้ชื่อว่า นาค เพราะอรรถว่าไม่มาสู่พื้นที่ที่ไม่ได้ฝึก เพราะความที่ตนฝึกดีแล้วในศีลทั้งหลายที่มนุษย์พอใจ หรือเพราะความที่ตนมีร่างกายใหญ่ฉันใด แม้เราก็พึงเป็นนาค เพราะไม่มาสู่พื้นที่ที่ยังไม่ได้ฝึก เพราะความที่ตนฝึกดีแล้วในศีลทั้งหลายที่พระอริยเจ้าพอใจ เพราะไม่ทำบาป และเพราะไม่กลับมาสู่ความเป็นเช่นนี้อีก หรือเพราะความที่ตนมีสรีระคือคุณใหญ่ ชื่อในกาลไรหนอฉันนั้น.
อนึ่ง ช้างนั้นละโขลงแล้วอยู่ในป่าตามอภิรมย์ด้วยความสุขที่เที่ยวไปโดดเดี่ยว พึงเที่ยวไปตัวเดียวเหมือนนอแรดฉันใด ชื่อในกาลไหนหนอ แม้เราก็ฉันนั้น อยู่ในป่าตามอภิรมย์ด้วยวิหารสุขโดยส่วนเดียว ได้แก่ด้วยความสุขที่เกิดจากฌาน คืออยู่ในป่าโดยประการที่ตนจะมีความสุข หรือเท่าที่เราปรารถนา พึงเที่ยวไปผู้เดียวคือพึงประพฤติเหมือนนอแรด.
อนึ่ง ช้างนั่นชื่อว่ามีขันธ์เกิดดีแล้ว เพราะมีขันธ์ตั้งดีแล้วฉันใด ชื่อในกาลไหนหนอ แม้เราก็พึงชื่อว่ามีขันธ์เกิดดีแล้ว เพราะความเป็นผู้ใหญ่ด้วยศีลขันธ์อันเป็นอเสกขะฉันนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที