บทว่า ภูตา ได้แก่ เกิดแล้ว บังเกิดแล้ว. พระขีณาสพเหล่าใด เป็นแล้วนั่นแล ไม่นับว่าจักเป็นอีก คำนั้นเป็นชื่อของพระขีณาสพเหล่านั้น. สัตว์เหล่าใดแสวงหาที่เกิด เหตุนั้น สัตว์เหล่านั้นชื่อว่า สัมภเวสี. คำนี้เป็นชื่อของพระเสขะและปุถุชนทั้งหลาย ที่กำลังแสวงหาที่เกิด แม้ในอนาคต เพราะภวสังโยชน์ยังไม่สิ้น.
อีกอย่างหนึ่ง บรรดากำเนิด ๔ เหล่า สัตว์ที่เป็นอัณฑะเกิดในไข่และชลาพุชะเกิดในครรภ์ ยังไม่ทำลายเปลือกฟองไข่และรกออกมาตราบใด ตราบนั้น ก็ชื่อว่า สัมภเวสี ที่ทำลายเปลือกฟองไข่ และรกแล้วออกมาข้างนอก ชื่อว่า ภูต.
เหล่าสัตว์ที่เป็นสังเสทชะ และโอปปาติกะ ชื่อว่า สัมภเวสี ในขณะปฐมจิต ตั้งแต่ขณะทุติยจิตไปชื่อว่า ภูตะ. หรือสัตว์ทั้งหลายเกิดโดยอิริยาบถใด ยังไม่เปลี่ยนอิริยาบถเป็นอื่นไปจากอิริยาบถนั้นตราบใด ตราบนั้น ยังชื่อว่า สัมภเวสี นอกจากนั้นไปชื่อว่า ภูตะ. พรรณนาคาถาที่ ๖
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงเมตตาภาวนาในสัตว์ทั้งหลาย โดยปรารถนาแต่จะให้เข้าถึงประโยชน์สุขของภิกษุเหล่านั้นโดยประการต่างๆ ด้วย ๒ คาถาครึ่งว่า สุขิโน วา เป็นต้นอย่างนี้แล้ว
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที