ในที่สุดแห่งส่วนที่สี่ กล่าวคือการตรวจดูโลกแห่งปัจฉาภัตกิจนี้อย่างนี้แล้ว ทรงตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ เพื่อทรงเห็นสัตว์ทั้งหลายผู้ยังมิได้กระทำอธิการและได้กระทำอธิการในพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ในทาน ศีล อุโบสถกรรมเป็นต้น ผู้ไม่ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัย ผู้ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัยและผู้ถึงพร้อมอุปนิสัยคือพระอรหัต ทรงเห็นกสิภารทวาชพราหมณ์ผู้ถึงพร้อมด้วยอุปนิสัยคือพระอรหัต ทรงรู้ว่า ครั้นเราไปในที่นั้นแล้วกถาจักเป็นไป ต่อแต่นั้น ในเวลาจบกถา พราหมณ์นั่นบวชแล้ว จักบรรลุพระอรหัตดังนี้แล้ว เสด็จไป ณ ที่นั้น ทรงยังกถาให้ตั้งขึ้นพร้อมแล้ว ได้ตรัสพระสูตรนี้.

ในพระสูตรนั้น คำว่า เอวมฺเม สุตํ เป็นต้น อันท่านพระอานนท์ถูกท่านพระมหากัสสปเถระผู้ทำธรรมสังคีติ ในมหาสังคีติกาลครั้งแรก ถามแล้ว จึงกล่าวแก่พระอรหันต์ ๕๐๐.

คำว่า ข้าพเจ้าแลย่อมไถและหว่านเป็นต้น อันกสิภารทวาชะกล่าว.

คำว่า ดูก่อนพราหมณ์ แม้เราก็ไถและหว่านเป็นต้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๔๖๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. กสิภารทวาชสูตร”