ธรรมใดย่อมแผดเผาอกุศลธรรมทั้งหลายและกาย เพราะเหตุนั้น ธรรมนั้นจึงชื่อว่า ตบะ ความเพียร. คำว่า ตบะนั่นเป็นชื่อแห่งอินทรียสังวร วิริยธุดงค์และการบำเพ็ญทุกรกิริยา ก็อินทรียสังวร ท่านประสงค์เอาในพระสูตรนี้.

บทว่า วุฏฺฐิ ได้แก่ ฝนหลายอย่างมีฝนในฤดูฝนและลมฝนเป็นต้น. ฝนในฤดูฝนท่านประสงค์เอาในพระสูตรนี้.

เหมือนอย่างว่า พืชอันฝนในฤดูฝนอนุเคราะห์ดีแล้ว และข้าวกล้าซึ่งมีพืชเป็นมูลของพราหมณ์ ย่อมงอกงาม ไม่เหี่ยวแห้ง ย่อมถึงความสำเร็จฉันใด ศรัทธาอันอินทรียสังวรอนุเคราะห์ดีแล้ว และธรรมทั้งหลายมีศีลเป็นต้นซึ่งมีศรัทธาเป็นมูลของพระผู้มีพระภาคเจ้า ย่อมงอกงาม ย่อมไม่เหี่ยวแห้ง ย่อมถึงความสำเร็จฉันนั้น เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ตบะ คือความเพียรเป็นฝน ดังนี้.

ก็ เม ศัพท์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในบทว่า ปญฺญา เม ดังนี้ แปลว่า ศรัทธาของเราเป็นพืช ความเพียรของเราเป็นฝน ดังนี้.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๔๘๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. กสิภารทวาชสูตร”