ธรรมชาติใดย่อมให้ดินแตก เพราะเหตุนั้น ธรรมชาตินั้นชื่อว่า ผาล. บุคคลย่อมแทงด้วยวัตถุนั้น เพราะเหตุนั้น วัตถุนั้นชื่อว่า ปาชนํ ปฏัก ปฎักนั้นเรียกว่า ปาจนํ (ปฎัก) ในคาถานี้. คำว่า ปาจนํ นั้นเป็นชื่อของวัตถุสำหรับแทง (ปฏัก). ผาลและปฏักชื่อว่า ผาลปาจนํ.

ก็ผาลและปฏักของพราหมณ์ฉันใด สติอันประกอบด้วยวิปัสสนาและประกอบด้วยมรรคของพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ฉันนั้น. ในข้อนั้น ผาลย่อมตามรักษาไถและไปข้างหน้าของไถนั้นฉันใด สติก็ฉันนั้นเป็นคติของกุศลธรรมทั้งหลาย ระลึกพร้อมอยู่ หรือให้อารมณ์ทั้งหลายปรากฏขึ้นอยู่ ชื่อว่าย่อมรักษาไถคือปัญญา.

จริงอย่างนั้น สติ ท่านเรียกว่า อารักขา ดุจในประโยคมีอาทิว่า ภิกษุอยู่ด้วยจิตอันมีสติเป็นเครื่องอารักขา ๙- ดังนี้ และย่อมนำหน้าปัญญานั้นด้วยอำนาจความไม่หลงลืม. ____________________________ ๙- ที. ปา. เล่ม ๑๑/ข้อ ๓๖๑ สตารกฺเขน เจตสา สมนฺนาคโต วิหรติ.

เพราะปัญญาย่อมรู้ชัดซึ่งธรรมทั้งหลายที่มีสติสั่งสมแล้ว ย่อมไม่รู้ชัดซึ่งธรรมทั้งหลายที่มีสติหลงลืมแล้ว. เหมือนอย่างว่า ปฏักแสดงอยู่ซึ่งภัย คือการแทงแก่โคพลิพัททั้งหลาย ย่อมไม่ให้หยุด และย่อมห้ามไปนอกทางฉันใด สติก็ฉันนั้น แสดงอยู่ซึ่งภัยในอบายแก่โคพลิพัทคือวิริยะ ย่อมไม่ให้จมอยู่ในความเกียจคร้าน ย่อมห้ามอโคจรทั้งหลาย กล่าวคือกามคุณ ครั้นห้ามแล้วย่อมให้ประกอบในกรรมฐาน และย่อมห้ามการไปนอกทาง เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สติเป็นผาลและปฏักของเรา ดังนี้.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๔๙๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. กสิภารทวาชสูตร”