ก็การไถนานี้นั้นแล ย่อมมีผลเป็นอมตะสำหรับเราคนเดียวเท่านั้นหามิได้ แต่โดยที่แท้แล คนใดคนหนึ่งจะเป็นกษัตริย์ก็ตาม เป็นพราหมณ์ก็ตาม เป็นแพศย์ก็ตาม เป็นศูทรก็ตาม เป็นคฤหัสถ์ก็ตาม เป็นบรรพชิตก็ตาม ย่อมไถนานั้น คนนั้นแม้ทั้งหมด ครั้นไถนานั่นแล้วย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง คือย่อมพ้นจากวัฏฏทุกข์ ทุกขทุกข์ สังสารทุกข์ วิปริณามทุกข์ทั้งปวง

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำนิพพานเป็นที่สุดด้วยยอดคือพระอรหัต ทรงยังเทศนาให้ถึงพร้อมแก่พราหมณ์ด้วยประการฉะนี้.

ลำดับนั้น พราหมณ์ฟังเทศนาอันมีเนื้อความลึกซึ้งแล้ว และทราบว่า เราบริโภคผลแห่งการทำนาแล้ว ย่อมมีความหิวในวันอื่นทีเดียว แต่การไถนาของพระสมณะนั้นมีผลเป็นอมตะ บุคคลบริโภคผลแห่งการไถนานั้น ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงดังนี้ เลื่อมใสแล้ว ปรารภแล้วเพื่อกระทำอาการแห่งผู้เลื่อมใส เพื่อถวายข้าวปายาส เพราะเหตุนั้น พระอานนทเถระจึงว่า ลำดับนั้นแล กสิภารทวาชะ ดังนี้เป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มหติยา ได้แก่ อันใหญ่. บทว่า กํสปาติยา ได้แก่ ในถาดทองคำ คือในถาดทองของตนซึ่งมีราคาแสนกหาปณะ. บทว่า วฑฺเฒตฺวา ได้แก่ ตักแล้ว. อธิบายว่า เกลี่ยลงแล้ว.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๕๐๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. กสิภารทวาชสูตร”