ส่วนความแปลกกัน ดังนี้ :-
เพราะสมณะ คือพระพุทธเจ้าทรงประสงค์เอาว่า สมณะผู้ชนะสรรพกิเลสด้วยมรรคด้วยคาถานี้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า ชื่อว่าสมณะผู้ข้ามความสงสัยได้แล้ว แม้เพราะความไม่รู้ในธรรมทั้งปวงอันสมควรสงสัย เป็นธรรมอันพระองค์ข้ามได้แล้วด้วยสัพพัญญุตญาณ. ก็สมณะทั้งหลายมีโสดาบันเป็นต้นมีพระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นที่สุด แม้ข้ามความสงสัยได้แล้ว โดยนัยที่กล่าวแล้วในบทก่อน แต่โดยปริยาย ชื่อว่ายังไม่ข้ามความสงสัยทีเดียว เพราะเป็นผู้มีอำนาจญาณไม่กระทบในวิสัยทั้งหลายมีสกทาคามิวิสัยเป็นต้น มีพุทธวิสัยเป็นที่สุด. ส่วนพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นสมณะผู้ข้ามความสงสัยได้แล้วโดยประการทั้งปวง.
บทว่า นิพฺพานาภิรโต ได้แก่ ยินดีเฉพาะแล้ว ในนิพพาน. อธิบายว่า มีจิตน้อมแล้วในนิพพานทุกเมื่อด้วยอำนาจแห่งผลสมาบัติ และพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงเป็นเช่นนั้น.
สมดังที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนอัคคิเวสสนะ เรานั้นแลย่อมตั้งพร้อม ให้สงบ กระทำให้เป็นธรรมเอก ตั้งมั่นซึ่งจิตในภายในนั้นแลไว้ในสมาธินิมิตอันก่อนนั้นเทียว ในที่สุดแห่งคาถานั้นแล. ๙- ____________________________ ๙- ม. มู. เล่ม ๑๒/ข้อ ๔๓๐ มหาสจฺจกสุตฺต
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที