ก็นักศึกษาพึงทราบเนื้อความแม้ในบทที่ ๓ ที่ ๔ อื่นจากนี้เป็นต้น โดยนัยนี้นั่นแล และพึงทราบเนื้อความแม้ในฝ่ายพยากรณ์ว่า สัตว์เหล่านั้นๆ ประกอบพร้อมแล้วด้วยทางแห่งความเสื่อมเหล่านั้นๆ สัตว์หนึ่งไม่รวมกับสัตว์ทั้งปวง และสัตว์ทั้งปวงก็ไม่รวมกับสัตว์ผู้หนึ่ง เพราะฉะนั้น จึงทรงพยากรณ์ถึงทางแห่งความเสื่อมทั้งหลายมีอย่างต่างกัน ด้วยเทศนามีบุคลาธิษฐานเท่านั้น โดยนัยมีอาทิว่า คนมีอสัตบุรุษเป็นที่รัก ดังนี้ เพื่อทรงแสดงทางแห่งความเสื่อมนั้นๆ ของสัตว์เหล่านั้น ในคาถานั้นมีอรรถวัณณนาโดยย่อ ดังนี้ :-

ศาสดาทั้งหก ก็หรือบุคคลแม้เหล่าอื่นผู้ประกอบพร้อมด้วยกายกรรม วจีกรรมและมโนกรรมอันไม่สงบ ชื่อว่า อสัตบุรุษ. อสัตบุรุษเหล่านั้นเป็นที่รักของคนนั้น ดุจอเจลกโกรักขัตติยะเป็นต้นเป็นที่รักของคนทั้งหลายมีเจ้าสุนักขัตตะเป็นต้น.

พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระสาวก ก็หรือบุคคลแม้เหล่าอื่นผู้ประกอบแล้วด้วยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมอันสงบแล้ว ชื่อว่าสัตบุรุษ ไม่กระทำสัตบุรุษเหล่านั้นให้เป็นที่รัก. อธิบายว่า ไม่กระทำสัตบุรุษเหล่านั้น ให้เป็นที่รัก คือเป็นที่ปรารถนา เป็นที่ใคร่ เป็นที่พอใจของตน.

ก็ความต่างกันแห่งถ้อยคำในคาถานี้ พึงทราบว่า ทรงกระทำแล้วด้วยอำนาจแห่งเวไนยสัตว์. อีกอย่างหนึ่ง อธิบายว่า ไม่กระทำสัตบุรุษทั้งหลาย คือไม่เสพสัตบุรุษทั้งหลายด้วยประการฉะนี้ เหมือนอย่างท่านผู้รู้ศัพท์ทั้งหลายพรรณนาว่า กระทำพระราชาให้เป็นที่รักในอรรถนี้ว่า ย่อมเสพพระราชา.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๕๕๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. ปราภวสูตร”