พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงแสดงความเป็นผู้ชำนาญในเมตตาภาวนาอย่างนี้ ทรงประกอบภิกษุไว้ในเมตตาวิหาร การอยู่ด้วยเมตตานั้นว่า เอตํ สตึ อธิฏฺเญยฺย พึงตั้งสตินั้นไว้
บัดนี้ เมื่อทรงชมเชยการอยู่นั้นจึงตรัสว่า พฺรหฺมเมตํ วิหารํ อิธมาหุ.
คาถานั้น มีความว่า การอยู่ด้วยเมตตานี้ใด ทรงสรรเสริญตั้งต้นแต่พระพุทธดำรัสว่า สุขิโน วา เขมิโน วา โหนฺตุ จะเป็นผู้มีสุข หรือมีความเกษม จนถึงพระพุทธดำรัสว่า เอตํ สตึ อฐิฏฺเฐยฺย พึงตั้งสตินั้นไว้เพียงนั้น.
ปราชญ์ทั้งหลายกล่าวการอยู่นั้นว่าพรหมวิหาร การอยู่อย่างพรหม กล่าวการอยู่นั้นว่า เสฏฺฐวิหาร การอยู่อย่างประเสริฐสุด ในพระศาสนา คือในธรรมวินัยของพระอริยะนี้ เพราะไม่มีโทษในการอยู่อย่างทิพย์ อยู่อย่างพรหม อยู่อย่างพระอริยะและอยู่โดยอิริยาบถวิหาร และการอยู่ด้วยเมตตานั้นทำประโยชน์ทั้งแก่ตนทั้งแก่ผู้อื่น. เพราะเหตุที่ความสงบติดต่อกันไม่ถูกแทรกแซง ฉะนั้น ผู้เจริญเมตตา ยืนก็ดี เดินก็ดี นั่งก็ดี นอนก็ดี ยังไม่ง่วงนอนเพียงใด ก็พึงตั้งสตินั้นไว้เพียงนั้น. พรรณนาคาถาที่ ๑๐
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที