ลำดับนั้น นางทิฏฐมังคลิกาอันบุรุษทั้งหลายกำลังไล่ชนที่เลวข้างหน้าๆ ว่า พวกท่านจงลุกออกไป จงลุกออกไป นำทางอยู่ได้ เห็นมาตังคะในท่ามกลางประตูนคร จึงกล่าวนั่นใคร. ข้าพเจ้าเป็นลูกคนจัณฑาล ชื่อมาตังคะ. นางคิดว่า คนทั้งหลายที่ไปเห็นคนเช่นนี้จะมีความเจริญแต่ที่ไหน จึงสั่งให้นำยานกลับ.
มนุษย์ทั้งหลายโกรธว่า พวกเราไปสู่อุทยานแล้วพึงได้วัตถุมีของเคี้ยวและของกินเป็นต้นใด อันตรายแห่งวัตถุมีของเคี้ยวและของกินเป็นต้นนั้นของพวกเรา ถูกมาตังคะกระทำแล้ว จึงพูดว่า พวกท่านจงจับคนจัณฑาล ประหารด้วยก้อนดินทั้งหลาย รู้ว่าตายแล้ว จึงจับเท้าไปทิ้งที่ส่วนข้างหนึ่ง กลบด้วยหยากเยื่อแล้วไป.
เขากลับได้สติแล้ว ลุกขึ้นถามมนุษย์ทั้งหลายว่า นาย! ชื่อว่าประตูเป็นของทั่วไปแก่คนทั้งปวง หรือทำไว้สำหรับพวกพราหมณ์เท่านั้น. มนุษย์ทั้งหลายกล่าวว่า ไม่ได้ทำ ประตูเป็นของทั่วไปแก่คนทั้งปวง. มาตังคะคิดว่า มนุษย์ทั้งหลายให้เราผู้เข้าไปทางประตูที่ทั่วไปแก่ชนทั้งปวงแล้ว ยังชีวิตให้เป็นด้วยภิกขาจาร ให้ถึงความพินาศย่อยยับนี้ เพราะนางทิฏฐมังคลิกาเป็นเหตุ จึงเที่ยวไปตามถนนสู่ถนน บอกแก่มนุษย์ทั้งหลายแล้ว นอนที่ประตูเรือนของพราหมณ์ ด้วยคิดว่า เราไม่ได้นางทิฏฐมังคลิกาแล้ว จักไม่ลุกขึ้น.
พราหมณ์ฟังว่ามาตังคะนอนที่ประตูเรือน จึงกล่าวว่า ท่านจงให้กากณิกหนึ่งแก่เขา เอาน้ำมันงาทาตัว แล้วจงไป. มาตังคะนั้นย่อมไม่ปรารถนากากณิกนั้น จึงกล่าวว่า เราไม่ได้นางทิฏฐมังคลิกาแล้วจักไม่ลุกขึ้น. แต่นั้นพราหมณ์กล่าวว่า จงให้ ๒ กากณิก จงกินมูล ๑ กากณิก เอาน้ำมันงาทาตัว ๑ กากณิกแล้วไป. เขาไม่ต้องกากณิกแม้นั้น ยังพูดยืนยันตามเดิมนั่นแล. พราหมณ์ฟังแล้วก็สั่งว่า จงให้มาสก บาท กึ่งกหาปณะ ๒ กหาปณะ ๓ กหาปณะจนถึง ๑๐๐ กหาปณะ เขาก็ไม่ต้องการ ยังพูดยืนยันตามเดิมนั่นแล. เมื่อพวกเขาอ้อนวอนอยู่อย่างนี้นั่นเทียว พระอาทิตย์ก็อัสดง.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที