พวกพราหมณ์กล่าวว่า จงจับ จงจับ แล้วจับมหาบุรุษนั้น ทุบตีให้ถึงความพินาศย่อยยับ. มหาบุรุษนั้นเหาะทางอากาศไปยืนอยู่ที่ภายนอกนคร.
เทวดาทั้งหลายโกรธแล้ว จับคอกุมาร เอาเท้าชี้ฟ้า เอาศีรษะลงดินตั้งไว้. กุมารนั้นมีนัยน์ตาถล่น มีน้ำลายไหลออกจากปาก หายใจ ฆุรุ ฆุรุ เสวยเวทนา. นางทิฏฐมังคลิกาฟังแล้ว ถามว่า มีใครมาหรือ? เออ บรรพชิตมา. ไปไหน? ไปอย่างนี้. นางไปที่นั้นแล้ว อ้อนวอนว่า ท่านเจ้าขา ขอท่านจงอดโทษแก่ทาสของท่านดังนี้แล้ว หมอบลงที่พื้นใกล้เท้าของมหาบุรุษนั้น.
ก็โดยสมัยนั้น มหาบุรุษเที่ยวบิณฑบาตได้ข้าวยาคู กำลังดื่มข้าวยาคู นั่งอยู่ในที่นั้น เขาให้ข้าวยาคูที่เหลือนิดหน่อยแก่นางทิฏฐมังคลิกา กล่าวว่า จงไป จงกวนข้าวยาคูนี้ในหม้อน้ำแล้วหยอดที่นัยน์ตา หู รูจมูกและประพรมร่างกายทั้งสิ้นของคนผู้พิการทั้งหลาย คนพิการทั้งหลายจักหายพิการ. นางได้กระทำอย่างนั้น แต่นั้นเมื่อกุมารมีร่างกายปกติแล้ว จึงกล่าวว่า มาเถิดพ่อมัณทัพยะ พวกเราจักให้มหาบุรุษนั้นอดโทษ แล้วพาบุตรและพราหมณ์ทั้งปวงให้นอนหมอบที่บาทมูลของมหาบุรุษ นั้นแล้วขอขมาให้อดโทษ.
มหาบุรุษนั้นโอวาทว่า พึงให้ทานแก่ชนทั้งปวง กล่าวธรรมกถาแล้วไปสู่ที่อยู่ของตน คิดว่า นางทิฏฐมังคลิกา เราได้ทรมานปรากฏแล้วในสตรีทั้งหลาย มัณฑัพยกุมารปรากฏแล้วในบุรุษทั้งหลาย บัดนี้ เราพึงทรมานใคร. แต่นั้น ได้เห็นชาติมันตดาบสผู้อาศัยพันธุมดีนคร อยู่ที่ฝั่งแห่งภุมภวดีนที. ดาบสนั้นคิดว่า เราเป็นผู้ประเสริฐโดยชาติ จะไม่บริโภคน้ำที่คนอื่นทั้งหลายบริโภคแล้ว จึงพักอยู่ที่เหนือแม่น้ำ มหาบุรุษสำเร็จการอยู่เหนือภูมิภาคของดาบสนั้น ในเวลาที่ดาบสนั้นบริโภคน้ำ ก็เคี้ยวไม้สีฟันโยนลงในแม่น้ำ ดาบสเห็นไม้สีฟันนั้นถูกน้ำพัดไปก็คิดว่า ใครทิ้งไม้สีฟันนี้ จึงไปทวนกระแส เห็นมหาบุรุษแล้ว ถามว่า ใครในที่นี้?
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที