เมื่อภิกษุทั้งหลายเห็นอยู่ซึ่งรูปเหล่านั้นและฟังเสียงนั้น หัวใจก็หวั่นไหว และภิกษุทั้งหลายก็มีวรรณะเศร้าหมอง เกิดเป็นโรคผอมเหลือง ด้วยเหตุนั้น ภิกษุเหล่านั้นจึงไม่อาจเพื่อทำจิตให้เป็นอารมณ์เดียวได้. เมื่อภิกษุเหล่านั้นมีจิตไม่มีอารมณ์เดียว และสลดสังเวชบ่อยๆ เพราะกลัวอารมณ์นั้น สติก็หลงลืม แต่นั้น เทวดาทั้งหลายก็ประกอบอารมณ์ทั้งหลายอันมีกลิ่นเหม็นแก่ภิกษุผู้มีสติหลงลืมเหล่านั้น มันสมองของภิกษุเหล่านั้นเป็นเหมือนถูกบีบคั้นด้วยกลิ่นเหม็นนั้น เวทนาในศีรษะอันแรงกล้าได้เกิดขึ้นแล้ว และภิกษุทั้งหลายก็ไม่บอกประพฤติการณ์นั้นให้แก่กันและกัน

อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อภิกษุทั้งหมดประชุมกันในเวลาบำรุงพระสังฆเถระ พระสังฆเถระจึงถามว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย เมื่อพวกท่านเข้าสู่ราวป่านี้เพียงวันเล็กน้อย ผิวพรรณก็บริสุทธิ์อย่างยิ่ง ขาวสะอาด และอินทรีย์ทั้งหลายก็ผ่องใส แต่ในบัดนี้ ท่านทั้งหลายผ่ายผอม วรรณะเศร้าหมอง เป็นโรคผอมเหลือง ท่านทั้งหลาย ในป่านี้มีความไม่สบายอย่างไรหรือ?

แต่นั้น ภิกษุรูปหนึ่งเรียนว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ในกลางคืน กระผมเห็นและฟังอารมณ์อันน่าสะพรึงกลัวอย่างนี้และอย่างนี้ และสูดกลิ่นเช่นนี้ ด้วยเหตุนั้น จิตของกระผมจึงไม่ตั้งมั่น ภิกษุทั้งหมดก็บอกประพฤติการณ์นั้น ด้วยอุบายนั้นเหมือนกัน.

พระสังฆเถระกล่าวว่า อาวุโสทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุญาตการเข้าจำพรรษา ๒ ครั้ง และเสนาสนะนี้ของพวกเราไม่สบาย มาเถิดอาวุโส พวกเราจะไปสู่สำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วทูลถามเสนาสนะอันสบายอื่น. ภิกษุเหล่านั้นตอบรับพระเถระว่า ดีละท่าน ทั้งหมดเก็บงำเสนาสนะแล้ว ถือบาตรจีวร ไม่บอกลาอะไรในตระกูลทั้งหลาย เพราะเป็นผู้ไม่คลุกคลี หลีกไปสู่จาริกถึงกรุงสาวัตถี. ภิกษุเหล่านั้นไปสู่กรุงสาวัตถีโดยลำดับ แล้วไปสู่สำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๖๓๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. เมตตสูตร”