หรือ กุลบุตรใดรู้ว่าศีลบริสุทธิ์ได้เพราะอาศัยญาณ เหมือนผ้าสกปรกย่อมสะอาดได้เพราะอาศัยน้ำสะอาด กระจกเงาผ่องใสได้เพราะอาศัยขี้เถ้า ทองบริสุทธิ์ได้เพราะหลอมในเบ้าฉะนั้น ล้างอยู่ด้วยน้ำคือญาณ ชื่อว่ายังศีลให้บริสุทธิ์ และเป็นผู้ไม่ประมาทเลย ย่อมรักษาศีลขันธ์ของตน เหมือนนกต้อยตีวิดรักษาไข่ แม่เนื้อจามรีรักษาขนหาง นางนารีผู้มีบุตรน้อยคนเดียวรักษาบุตรน้อยคนเดียวที่รัก และบุรุษมีนัยน์ตาข้างเดียวรักษานัยน์ตาข้างเดียวนั้นฉะนั้น พิจารณาอยู่ทั้งเวลาเย็นทั้งเวลาเช้า ย่อมไม่เห็นโทษแม้มีประมาณน้อย. กุลบุตรแม้นี้ ชื่อว่า ผู้ฉลาดในประโยชน์.

ก็หรือ กุลบุตรใดดำรงอยู่ในศีลเป็นเครื่องกระทำไม่ให้เดือดร้อน ประคองปฏิปทาเครื่องข่มกิเลส ครั้นประคองปฏิปทานั้นแล้ว ย่อมทำกสิณบริกรรม ครั้นทำกสิณบริกรรมแล้วย่อมยังสมาบัติทั้งหลายให้เกิด. กุลบุตรแม้นี้ ชื่อว่า ผู้ฉลาดในประโยชน์.

ก็กุลบุตรใดออกจากสมาบัติ พิจารณาสังขารทั้งหลายแล้ว บรรลุพระอรหัต กุลบุตรนี้เป็นผู้เลิศแห่งกุลบุตรผู้ฉลาดทั้งหลาย.

ในคาถานั้น ภิกษุเหล่านี้แม้ใดเป็นผู้ฉลาดในประโยชน์ที่พรรณนาแล้ว ตั้งแต่การดำรงอยู่ในศีลเป็นเครื่องกระทำไม่ให้เดือดร้อน หรือตั้งแต่การประคองปฏิปทาเป็นเครื่องข่มกิเลส ภิกษุเหล่านั้น ท่านประสงค์ว่าเป็นผู้ฉลาดในประโยชน์ในอรรถนี้ และภิกษุเหล่านั้นก็เป็นอย่างนั้น ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กรณียมตฺถกุสเลน ด้วยเทศนาอันมีบุคคลเดียวเป็นที่ตั้ง ทรงหมายถึงภิกษุเหล่านั้น ต่อแต่นั้น จึงตรัสว่า ยนฺตํ สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ แก่ภิกษุเหล่านั้นผู้เกิดความสงสัยว่า ประโยชน์จะพึงทำเป็นอย่างไร.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๖๔๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. เมตตสูตร”