ในประโยชน์ ๒ อย่างนั้นโดยย่อไตรสิกขาเป็นประโยชน์ควรทำ แต่เพราะทรงแสดงโดยย่อเกินไป ภิกษุเหล่านั้นบางพวกก็รู้ บางพวกก็ไม่รู้ แต่นั้น ทรงแสดงประโยชน์ที่ภิกษุอยู่ป่าเป็นวัตรจะพึงทำโดยพิเศษให้พิสดาร เพื่อให้ภิกษุพวกที่ยังไม่รู้ได้รู้ จึงตรัสกึ่งคาถานี้ก่อนว่า เป็นผู้อาจหาญ เป็นผู้ตรง ซื่อตรง ว่าง่าย อ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่ง ดังนี้.

มีอธิบายอย่างไร?

กุลบุตรผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ประสงค์จะตรัสรู้สันตบทอยู่ หรือตรัสรู้สันตบทนั้น ด้วยโลกิยปัญญา ปฏิบัติเพื่อบรรลุสันตบทนั้น ไม่อาลัยในกายและในชีวิต ด้วยการถึงพร้อมด้วยความเพียรองค์ที่ ๒ และองค์ที่ ๔ พึงอาจเพื่อปฏิบัติในการแทงตลอดสัจจะ.

อนึ่ง พึงเป็นผู้อาจหาญในกรณียกิจน้อยใหญ่ของสพรหมจารีทั้งหลายมีกสิณบริกรรม และการสมาทานวัตรเป็นต้น ในกิจทั้งหลายมีการซ่อมแซมบาตรและจีวรของตน และในกิจเหล่าอื่นเห็นปานนั้น เป็นผู้ขยันไม่เกียจคร้าน เป็นผู้สามารถ และแม้จะเป็นผู้อาจหาญก็ต้องเป็นผู้ตรง ด้วยการถึงพร้อมด้วยความเพียรองค์ที่ ๓ และแม้จะเป็นผู้ตรงก็ต้องไม่ถึงความพอใจด้วยความเป็นผู้ตรงครั้งเดียว พึงเป็นผู้ตรงให้ดีกว่าด้วยการกระทำไม่ย่อหย่อนบ่อยๆ ตลอดชีวิต หรือเป็นผู้ตรงเพราะความเป็นผู้ไม่โอ้อวด เป็นผู้ซื่อตรงเพราะความเป็นผู้ไม่มีมายา เป็นผู้ตรงด้วยการละการคดทางกายและทางวาจา เป็นผู้ซื่อตรงด้วยการละการคดทางใจ หรือเป็นผู้ตรงด้วยการไม่โปรยคุณที่ไม่มี เป็นผู้ซื่อตรงด้วยการไม่รับลาภที่เกิดขึ้นด้วยคุณที่ไม่มี พึงเป็นผู้ตรงและเป็นผู้ซื่อตรงด้วยอารัมมณูปนิชฌานและลักขณูปนิชฌาน ด้วยสิกขา ๒ ข้อข้างต้นและสิกขาข้อที่ ๓ และด้วยประโยคาสัยอันบริสุทธิ์.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗,๖๔๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๘. เมตตสูตร”