และจะพึงเป็นผู้ตรง และเป็นผู้ซื่อตรงอย่างเดียวหามิได้ ก็จะต้องเป็นผู้ว่าง่ายอีกด้วย. จริงอยู่ บุคคลใดถูกเขากล่าวว่าท่านไม่ควรทำสิ่งนี้ ย่อมกล่าวว่า ท่านเห็นอะไร ท่านฟังอะไร ท่านเป็นอะไรของผมจึงว่ากล่าว เป็นอุปัชฌาย์ เป็นอาจารย์ เป็นเพื่อนเห็น เป็นเพื่อนกินหรือ? หรือย่อมเบียดเบียนด้วยความเป็นผู้นิ่ง หรือรับแล้วไม่ทำตามที่รับ บุคคลนั้นย่อมอยู่ในที่ห่างไกลแห่งการบรรลุคุณวิเศษ.
ส่วนบุคคลใดถูกสั่งสอน ย่อมกล่าวว่า ดีละ ท่านผู้เจริญ ท่านกล่าวดีอย่างยิ่ง ชื่อว่าโทษของตนเห็นได้โดยแสนยาก ท่านเห็นอย่างนั้นแล้วพึงอาศัยความเอ็นดูกล่าวเตือนกระผมแม้อีก กระผมได้รับโอวาทจากสำนักของท่านนานแล้วดังนี้ และปฏิบัติตามที่พร่ำสอน บุคคลนั้นเป็นผู้อยู่ในที่ใกล้แห่งการบรรลุคุณวิเศษ. เพราะฉะนั้น บุคคลรับคำของคนอื่นแล้วกระทำอย่างนี้ พึงเป็นผู้ว่าง่าย และพึงเป็นผู้อ่อนโยน เหมือนเป็นผู้ว่าง่าย.
บทว่า มุทุ ความว่า กุลบุตรถูกคฤหัสถ์ทั้งหลายใช้ในกิจทั้งหลายมีการไปเป็นทูต และการไปอย่างคนเลวเป็นต้น ไม่ทำความอ่อนแอในกิจนั้น ต้องเป็นผู้แข็งแรง แต่พึงเป็นผู้อ่อนโยนในข้อวัตรปฏิบัติ และในการประพฤติพรหมจรรย์ทั้งสิ้น เป็นผู้ควรแก่การแนะนำในกิจนั้นๆ ประดุจทองคำที่ช่างทองหลอมดีแล้วฉะนั้น.
อีกประการหนึ่ง บทว่า มุทุ ได้แก่ พึงเป็นผู้ไม่หน้าสยิ้ว คือเป็นผู้มีหน้าเบิกบาน เจรจาไพเราะ ประพฤติปฏิสันถาร เป็นผู้ยึดถือความสุขมาให้ ดุจวัตถุที่ตั้งดีแล้วฉะนั้น และกุลบุตรจะพึงเป็น ผู้อ่อนโยนอย่างเดียวหามิได้ จะพึงเป็นผู้ไม่เย่อหยิ่งอีกด้วย คือไม่พึงดูหมิ่นคนอื่นทั้งหลายด้วยอติมานวัตถุมีชาติและโคตรเป็นต้น พึงเป็นอยู่ด้วยใจเสมอด้วยเด็กจัณฑาลดุจพระสารีบุตรเถระฉะนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที